ด่วน! ศบค. เผยโควิดวันนี้ พบรายใหม่ 271 ราย ดับ 2 ราย ยังโคม่าอีก 25 ราย

ด่วน! ศบค. เผยโควิดวันนี้พบรายใหม่ 271 ราย ดับ 2 ราย ยังโคม่าอีก 25 ราย

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 271 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 259 ราย แบ่งเป็นตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 78 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 181 ราย กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค(Quarantine) 11 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 1 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 11,262 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,050 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 3,222 ราย รักษาหายแล้ว 7,660 ราย เหลือรักษาอยู่ 3,533 ราย ผู้ป่วยอาการหนัก 25 ราย และวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มใหม่ 2 ราย สะสม 69 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 68 ชายสัญชาติอังกฤษ อายุ 71 ปี มีโรคประจำตัวด้วยเบาหวาน ไทรอยด์ และมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 เดินทางถึงไทยและเข้าพักสถานกักกันโรค เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม มีอาการไข้ ไอ เสมหะ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจ เข้ารักษาที่ รพ.เอกชน ผลวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบ ต่อมาอาการแย่ลง และ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 มกราคม ส่วนรายที่ 69 ชายไทย อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้าง โรคประจำตัวด้วยเบาหวาน ประวัติเมื่อวันที่ 26-30 ธันวาคม เดินทางไปหลายจังหวัดทั้งจันทบุรี ชลบุรี เพชรบุรี โดยรถยนต์ส่วนตัว เมื่อวันที่ 3 มกราคม เริ่มมีไข้ ไอ ปวดศีรษะ เสมหะ เมื่อวันที่ 5 มกราคม เข้ารักษาที่ รพ.แห่งหนึ่งในนนทบุรี ตรวจพบเชื้อโควิด ผลวินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบ อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 10 มกราคม เสียชีวิต ในเวลา 22.00 น.

“ชุดข้อมูลการระบาดรอบใหม่ พบผู้ป่วยสะสม 7,025 ราย รักษาหายแล้ว 3,720 ราย และยังเหลือรักษาที่ รพ. และรพ.สนาม รวม 3,296 ราย ต้องขอบคุณที่ทุกคนช่วยดึงกราฟลงมา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มยังทรงๆ เมื่อจำแนกรายสัปดาห์ พบว่า สัปดาห์ที่ 1 ของเดือนมกราคม พบผู้ป่วย 2,600 กว่าราย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมา แต่เมื่อสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พบเพียง 1,209 ราย ถือว่าต่ำกว่าสัปดาห์ที่แล้วกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะเราก็เคยเกิดวันเดียวที่พบผู้ป่วยสูงถึง 500-700 ราย ฉะนั้นหากเราช่วยกันแนวโน้มสัปดห์ที่ 2 ยังดีอยู่ ตัวเลขสะสมไม่ชันเหมือนเดิม แต่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า แผนที่ประเทศไทย ยังพบผู้ป่วยใน 60 จังหวัด แม้ว่าจะมีพื้นที่ติดกับมาเลเซียที่ติดเชื้อวันละ 2-3 พันราย แต่ขอบชายแดนใต้ยังเป็นสีขาว เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชน ทั้งนี้ จำแนกผู้ป่วยรายใหม่ 271 ราย พบใน กรุงเทพมหานคร(กทม.) 14 ราย ซึ่งมีเด็กอายุ 12 ปี สมุทราปราการ 5 ราย มีเด็ก 9 เดือนด้วย ชลบุรี 5 ราย ระยอง 8 ราย นครราชสีมา 1 ราย นนทบุรี 2 ราย ปทุมธานี 1 ราย สิงห์บุรี 1 ราย อ่างทอง 5 ราย และสมุทรสาคร 36 ราย เป็นผู้ที่มีอาชีพเสี่ยง ไปสถานที่เสี่ยง และสัมผัสกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า รวมถึงมีเด็กอายุ 2 ปีด้วย ส่วนการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน พบใน สมุทรสาคร 172 ราย เป็นแรงงานข้ามชาติ 170 ราย และคนไทย 2 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย ชลบุรี 5 ราย และระยอง 3 ราย และเป็นผู้เดินทางข้ามชาติแดนมาจากมาเลเซีย 1 ราย ทั้งนี้ ฝากจังหวัดชายแดนใต้ เป็นหูเป็นตา หากเข้ามาก็ให้มาอย่างถูกต้องตามสิทธิ อย่าเข้ามาตามพรมแดนธรรมชาติ อย่างที่เราเห็นกันในภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สีแดงจังหวัดที่พบผู้ป่วยสะสมมากกว่า 50 ราย มี 10 จังหวัด กระจุกตัวที่ กทม. และตะวันออก สีส้มจังหวัดมีผู้ป่วยไม่เกิน 50 ราย มี 12 จังหวัด สีเหลืองจังหวัดมีผู้ป่วยไม่เกิน 10 ราย มี 38 จังหวัด และสีขาวจังหวัดไม่มีการติดเชื้อมาก่อน 17 จังหวัด ขอให้คงรักษาเลขศูนย์ให้ได้ตลอดไป ขณะที่ จังหวัดที่พบผู้ป่วยรายใหม่ลดลงจากเมื่อวาน มี 4 จังหวัด ได้แก่ กทม. ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ ส่วนในสมุทราสาครที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็เกิดจากการค้นหาเชิงรุก ก็ต้องส่งกำลังใจกันในทุกๆ จังหวัด หาก 10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง มีผู้ป่วยลดลงทุกจังหวัดก็จะช่วยดึงกราฟของประเทศลงได้อย่างรวดเร็ว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า แอพพลิเคชั่นหมอชนะ มียอดดาวน์โหลดเพิ่มอีกเป็น 7.18 ล้านครั้ง และลงทะเบียนเพิ่มใหม่ 5.05 ล้านราย เป็นข่าวดีที่อยากเห็นทุกวัน แม้เพิ่มขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ คนไทยมีกว่า 60 ล้านราย หากทำได้ประมาณ 40 ล้านราย ถึงจะเป็นระบบป้องกันได้ วัคซีนอาจจะมีในเดือนหน้าหรือกลางปี ดังนั้นระบบนี้จะมาช่วยคู่กับหน้ากากอนามัยป้องกัน โดยข้อมูลล่าสุด 13 มกราคม กรมควบคุมโรคพบผู้ติดเชื้อจึงประสานไปยัง สพร. พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องและลงทะเบียนหมอชนะ จำนวน 135 ราย จึงได้ส่งข้อความแจ้งเตือนไป อย่างไรก็ตาม ทีมงานได้ปรับปรุงแอพพ์ไม่ให้เปลืองแบตและอินเตอร์เน็ตแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ที่แท้ “เส้นแสงลากยาวปริศนา” คือสถานีอวกาศนานาชาติ โคจรผ่านท้องฟ้าจ.ประจวบ
บทความถัดไป“บิ๊กแสนสิริ” แนะ “บิ๊กตู่” ใช้วิกฤตเป็นโอกาสกวาดล้างบ่อนอย่างจริงจัง