อธิบดีดีเอสไอ ชี้ ไม่ว่า ตร.- ดีเอสไอ หากหน่วยไหนจับ”พระธัมมชโย”ได้ก็จะขออายัดตัว “เผย คดีบุกรุก “ตร.” ดำเนินการได้เลย
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดเลย อนุมัติออกหมายจับพระเทพมหาญาณหมามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) หรือพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า สวนป่าหิมวันต์ อ.ภูเรือ จ.เลย เครือข่ายวัดธรรมกาย ที่มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ว่า ตนทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดเลยออกหมายจับพระธัมมชโย ซึ่งการดำเนินการในส่วนคดีบุกรุกทาง ตร. ก็ดำเนินการได้เลย แต่ในส่วนของดีเอสไอก็มีหมายจับอยู่ ดังนั้น ไม่ว่าหน่วยงานใดดำเนินการจับกุม หน่วยที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำหมายที่เกี่ยวข้องไปอายัดตัวผู้ต้องหาและดำเนินคดีได้ตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ตามกฎหมายเจ้าพนักงานสามารถจับกุมตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางดีเอสไอก็เคยส่งหมายจับไปให้ดำเนินการ ฉะนั้นทั้งสองหน่วยงานก็มีหน้าที่ในการดำเนินการติดตามจับกุมตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าหน่วยไหนจับก็สามารถดำเนินคดีได้ทั้งสองหน่วย อย่างไรก็ตาม กรณีที่หลายคนสงสัยว่าพระธัมมชโยยังอาศัยอยู่ภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่นั้น จากแหล่งข่าวของดีเอสไอได้รายงานให้ตนทราบว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในบริเวณวัด ส่วนการสืบสวนติดตามทางดีเอสไอได้ดำเนินการติดตามอยู่ตลอดเวลา และประเมินสถานการณ์ความเหมาะสมที่จะเข้าขอหมายตรวจค้นก็ยังดำเนินการอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดเลยได้อนุมัติหมายจับและทางวัดพระธรรมกายมีการแถลงข่าว อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เป็นสิทธิของวัดที่สามารถออกมาแถลงได้ แต่ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า การที่ขออนุมัติหมายจับพนักงานสอบสวนต้องมีหลักฐานเพียงพอให้ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหามีส่วนในการกระทำผิด ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่พิจารณาหมายจับให้ ในส่วนของดีเอสไอในการอนุมัติขอหมายเราก็ต้องชี้แจงพยานหลักฐานว่าเรามีหลักฐานอย่างไร เชื่อได้อย่างไรว่าผู้ต้องหากระทำผิด ศาลจึงจะอนุมัติหมายให้

