นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในเรื่องนมโรงเรียน จึงได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือมิลค์บอร์ด (Milk Board) โดยมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ควบคุมคุณภาพนมพร้อมดื่ม ทั้งพัฒนามาตรฐานโรงงานแปรรูปนมและศักยภาพผู้ผลิต ให้ผ่านเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีในการผลิตหรือ GMP ซึ่งจะตรวจโรงงานแปรรูปนมปีละ2 ครั้ง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะระงับการผลิตเพื่อปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์นม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 267 พ.ศ.2545 สุ่มตรวจคุณภาพนมพร้อมดื่มที่วางจำหน่ายในท้องตลาดเป็นระยะๆเพื่อให้ผู้บริโภคให้ได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพคุ้มราคา
นพ.อภิชัย กล่าวว่า ผลของการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนทั้งชนิดพาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้ตรวจนมโรงเรียนในโรงงานที่ได้รับโค้วต้าผลิตนมโรงเรียนและนมที่ส่งถึงโรงเรียนแล้ว ทั้งด้านโภชนาการ และด้านเชื้อโรค พบนมที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงร้อยละ 8.5 ซึ่งลดลงจากเดิมจากที่พบมากถึงร้อยละ 25 ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหาคุณภาพนมโรงเรียนและเร่งดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอย่างจริงจัง สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่านมโรงเรียนมีคุณภาพและความปลอดภัย เด็กไทยจะมีโภชนาการที่ดี มีพัฒนาการสมวัย ที่สำคัญจะไม่มีเด็กที่จะต้องได้รับผลกระทบจากนมที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า ข้อแนะนำในการดื่มนมให้ได้ประโยชน์และปลอดภัย นมพาสเจอร์ไรส์ เป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อน เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงต้องเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส เก็บได้นาน 7-10 วัน ก่อนดื่มควรสังเกตเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำนมมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน และมีสี กลิ่น รสปกติ ส่วนนมยูเอชที เป็นนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 133 องศาเซลเซียส เพื่อทำลายจุลินทรีย์ จึงสามารถ เก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 6-9 เดือน แต่ไม่ควรเก็บนมไว้ที่อุณหภูมิสูง และไม่วางกล่องนมให้ถูกแสงแดดโดยตรง ในการขนส่งและเก็บรักษา ควรบรรจุกล่องนมในลังกระดาษและไม่ซ้อนลังหลายชั้น เพราะกล่องนมอาจเสียหาย เกิดรอยรั่วซึม ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปในกล่องนมทำให้นมเสียได้ และเมื่อเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมด ควรนำนมที่เหลือไปเก็บไว้ในตู้เย็นและดื่มให้หมดภายใน 3-5 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้ตรวจวิเคราะห์นมโรงเรียน (ปี 2555-2558) จำนวน 1,750 ตัวอย่าง (ชนิดพาสเจอร์ไรส์ 1,190 และยูเอชที 560 ตัวอย่าง) ผลการตรวจ พบว่า ไม่ได้มาตรฐาน 436 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 24.9 ในจำนวนนี้เป็นนมชนิดพาสเจอร์ไรส์ 321 ตัวอย่าง และยูเอชที 115 ตัวอย่าง สาเหตุที่ไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ด้านโภชนาการ 290 ตัวอย่าง ด้านจุลชีววิทยา 95 ตัวอย่าง และไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งด้านโภชนาการและจุลชีววิทยา 51 ตัวอย่าง ด้านโภชนาการส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเนื้อนมไม่รวมไขมันต่ำกว่ามาตรฐาน ทางด้านจุลชีววิทยาพบว่านมชนิดพาสเจอร์ไรส์ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากจำนวนแบคทีเรียทั้งหมดสูงกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 6.9 จุลินทรีย์ที่บ่งชี้สุขลักษณะการผลิตที่ไม่ดี ร้อยละ 3.1 และเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ร้อยละ 3.8 ขณะที่ชนิดยูเอชที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากพบแบคทีเรียทั้งหมดสูงกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 2.9 เชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ร้อยละ 0.9

