เมื่อวันที่ 15 มกราคม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 และพ.ต.อ.พิศาล เอิบอาบ รอง ผบก.บก.ขส. บช.ปส. ตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและมอบนโยบายการปฏิบัติ
จากนั้นเดินทางไปตรวจจุดป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง บริเวณช่องทางธรรมชาติท่ากะหล่ำ, ท่าข้ามป่าสักจุด และจุดคัดกรองโรคโควิด-19 บริเวณที่ทำการศุลกากรแม่สาย 2 จังหวัดเชียงราย และรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานจาก ผบก.จว.เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่าการเดินทางมาตรวจสอบ จุดตรวจ จุดสกัด และช่องทางธรรมชาติครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. (ม.ค.) ที่มอบหมายให้กำกับดูแลการปฏิบัติสกัดกั้นการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรผิดกฎหมาย ภาพรวมตำรวจ บช.ภ.5 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด จากประเทศเพื่อบ้านอย่างเข้มงวด ตามที่ ผบ.ตร.สั่งการ
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวอีกว่าต่อจากนี้ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจหน่วยร่วมที่อยู่ติดกับแนวชายแดนจะต้องเข้ามาบูรณาการหน่วยงานภาครัฐอื่นและต้องแสวงหาความร่วมมือภาคเอกชนสอดส่องดูแลป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนแรงงานผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานผิดกฎหมายข้ามชายแดนอีก หากเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนรู้เห็นกับการลักลอบข้ามชายแดน จะถูกลงโทษสถานหนักทันที และเน้นย้ำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจร่วมให้มีกำลังพลเพียงพอ สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชม. ทั้งนี้ทาง ผบ.ตร. ฝากให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจเพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจในการทำงาน

