แฟ้มภาพ
‘นักวิจัย’ ชี้ปลอกคอไม่มีผลต่อพฤติกรรมช้างทำร้ายคน ระบุผากล้วยไม้ช้างป่าใช้ประโยชน์ช่วง ธ.ค.-ม.ค. ปีที่แล้วก็ออกมารื้อเต็นท์ รอประสานทีมวิจัย มก. ตรวจสอบสัญญาณดาวเทียมปลอกคอยังไม่ชัด ‘เจ้าดื้อ’ ก่อเหตุหรือไม่
เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวถึงกรณีช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิต และมีการระบุว่าช้างป่าอาจหงุดหงิดจากการติดปลอกคอติดตามตัวจึงทำร้ายคนจนเสียชีวิตว่า ในเรื่องของการติดปลอกคอ ช้างแต่ละตัวไม่เหมือนกัน แต่หากถามว่าปลอกคอมีผลต่อพฤติกรรมช้างหรือไม่ จากการที่เราดำเนินการติดปลอกคอมา อุปกรณ์ไม่มีผลต่อพฤติกรรมช้าง แต่อาจมีความรู้สึกแปลกในห้วงแรกของการติดอุปกรณ์เหมือนคนไม่เคยใส่สร้อย แต่ประมาณไม่เกิน 10-14 วัน ช้างก็จะชิน แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 70-80 ปลอกคอไม่มีผลต่อพฤติกรรมของช้าง แต่ก็ต้องขึ้นกับช้างแต่ละตัวด้วย อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ในช้างป่าที่ไม่เคยถูกจับบังคับมาก่อน ซึ่งก่อนติดปลอกคอต้องมีการยิงยาสลบ ในช่วง 5 วันแรก ช้างอาจจะหงุดหงิดด้วยฤทธิ์ของยาสลบ ช่วงแรกจึงต้องเฝ้าระวังด้วย
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่าช้างที่ก่อเหตุคือเจ้าดื้อที่เพิ่งติดปลอกคอเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ใช่หรือไม่ นายศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้ทางอุทยานฯเขาใหญ่กำลังประสานกับคณะนักวิจัย คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ติดปลอกคอเจ้าดื้อ หากสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ว่าในช่วง 02.00-03.00 น. เจ้าดื้ออยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุผากล้วยไม้หรือไม่หรืออยู่จุดไหน ก็จะสามารถสรุปได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่วงปลายเดือน ธ.ค.- ม.ค. ของทุกปีบริเวณผากล้วยไม้เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ของช้างป่าหลายตัวรวมทั้งเจ้าดื้ออยู่แล้ว โอกาสที่ช้างป่าจะมาเจอกับคนในบริเวณนี้จึงมีสูง จึงต้องระมัดระวังในการใช้พื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อช่วงวันที่ 4-5 ม.ค.2563 เจ้าดื้อก็เคยเข้ารื้อทำลายเต็นท์ แต่ไม่มีคนอยู่ในเต็นท์ จึงไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

