จ่อเปิดลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด อายุต่ำ 18-หญิงท้อง ห้ามฉีด

จ่อเปิดลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด อายุต่ำกว่า 18-หญิงท้อง ห้ามฉีด

แม้วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเป็นความหวังสำคัญในการคลี่คลายปัญหาการแพร่ระบาด ช่วยให้ทั่วโลกค่อยๆ กลับคืนภาวะปกติ แต่ยังมีกระแสการตั้งข้อสังเกตถึงความปลอดภัยในตัววัคซีนเป็นระยะ ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมายืนยันถึงประสิทธิภาพวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้คนไทย เมื่อวันที่ 15 มกราคม ว่า จะขอเป็นผู้รับการฉีดวัคซีนคนแรก เพราะวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีการพิสูจน์และยืนยันแล้วว่าต่อให้มีประสิทธิผลเพียง 50, 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ ทุกวัคซีนไม่ทำให้อาการของโรคนี้พัฒนาไปจนป่วยหนัก และไม่พัฒนาไปถึงขึ้นทำให้เสียชีวิตได้

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า จุดมุ่งหมายของวัคซีน คือป้องกันความรุนแรงของโรคที่มีทั้งสามารถป้องกันได้ไม่ติดเชื้อเลย หรือบางชนิดไม่ป้องกันติดเชื้อแต่ป้องกันการเป็นโรค และกลุ่มที่ไม่ป้องกันการติดเชื้อหรือเป็นโรคแต่ลดการนอนโรงพยาบาล ลดอัตราการตาย สำหรับวัคซีนโควิด-19 เป็นของใหม่ ยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะป้องกันได้มากแค่ไหน

แต่เชื่อว่ามีจุดมุ่งหมายคือ ลดการนอนโรงพยาบาลและอัตราการตาย ดังนั้น จึงมุ่งหมายฉีดในกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเสี่ยงเป็น หมายถึงวัยหนุ่มสาว หรือผู้ไม่มีโรคประจำตัว และกลุ่มเสี่ยงตาย ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เบื้องต้นเป็นการให้ฉีดโดยสมัครใจ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียน อย่างไรก็ตาม ห้ามฉีดในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากวัคซีนไม่ได้ทดลองในคนกลุ่มนี้

ส่วนข้อกังวลถึงผลข้างเคียงภายหลังการฉีด ศ.นพ.ยงกล่าวว่า ผลข้างเคียงวัคซีนโควิด-19 มีอย่างน้อยฉีดแล้วเจ็บ แม้กระทั่งฉีดยาหลอกก็ยังเจ็บ และส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงเฉพาะที่มีบางส่วนเป็นไข้ ส่วนผลข้างเคียงรุนแรง ยกตัวอย่าง ประเทศแคนาดาฉีดไปหลักล้านโดส ทราบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ การแพ้รุนแรง ขณะที่วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ระบุว่าโอกาสแพ้รุนแรงอาจอยู่ที่ 9 หรือ 10 ในล้านเข็ม เหมือนวัคซีนอื่นที่อาจแพ้ส่วนประกอบที่อยู่ในนั้น ดังนั้น หลังฉีดแล้วจะต้องนั่งสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เพื่อป้องกันการแพ้และให้แก้ไขทันท่วงที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เคาะวัน 25 ม.ค. ฝ่ายค้านเตรียมยื่นซักฟอก ถลก ‘รมต.’ รายบุคคล
บทความถัดไปผู้ถือบัตรคนจน 14 ล้านคนเฮ! ลุ้นสองเด้ง รับ ‘เราชนะ’ 7,000 – ธงฟ้า 500 อีก 3 เดือน