‘หมอทวีศิลป์’ ชี้ กทม.ยังไม่น่าไว้ใจ ยังตามตัวคนมาตรวจหาเชื้อยาก ทั้งติดธุระ-ไม่แสดงอาการ

‘หมอทวีศิลป์’ ชี้ กทม.ยังไม่น่าไว้ใจ ยังตามตัวคนมาตรวจหาเชื้อยาก ทั้งติดธุระ-ไม่แสดงอาการ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวว่า วิเคราะห์แต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) ในประเทศไทย เริ่มจากคลัสเตอร์บ่อนพนันในภาคตะวันออก เช่น ระยอง ชลบุรี จันทบุรี หรือตราด พบว่ากระจายไปจังหวัดต่างๆ เช่น อำนาจเจริญ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เชียงใหม่ ลำพูน กาญจนบุรี รวมทั้งหมด 702 ราย เสียชีวิต 2 ราย สัดส่วนหญิงมากกว่าชาย เริ่มพบผู้ป่วยประมาณสิ้นปี 2563 จึงมีมาตรการควบคุม ก็มีจำนวนที่เริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่ต้องรออีก 14 วัน ถึงจะมั่นใจได้ว่ากองไฟดับลงไปได้

คลัสเตอร์สถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร(กทม.) กระจายไป เชียงใหม่ ลำพูน น่าน เลย กาญจนบุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง รวม 197 ราย เสียชีวิต 1 ราย สัดส่วนหญิงมากกว่าชาย โดยวันที่ 7 มกราคม พบผู้ป่วยมากที่สุด แต่ในวันนี้ก็ยังพบผู้ป่วยประปราย หมายถึงมาตรการที่เราใช้เต็มที่หรือยัง ต้องถามคนกทม. ว่าเราร่วมกันเต็มที่ไหม แม้ว่าสถานบันเทิงปิดแล้ว แต่พบการระบาดในครอบครัว คลัสเตอร์บ่อนไก่ อ่างทอง กระจายในจังหวัดโดยรอบไปจนถึงขอนแก่น รวม 129 ราย แต่ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต วันที่ 9 มกราคม พบผู้ป่วยมากที่สุดแต่มีแนวโน้มกำลังลดลงมา สัดส่วนชายมากกว่าหญิง และคลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้ง สมุทรสาคร ไม่รวมกลุ่มแรงงานข้ามชาติ พบว่ากระจายไปใน 43 จังหวัด มีผู้ป่วย 564 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในการระบาดรอบใหม่มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 10 ราย พบว่า อายุน้อย และมีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตแล้ว โดยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม รายงานผู้เสียชีวิตรายแรก อายุเพียง 45 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและหัวใจ รายต่อมาอายุ 44 ปี ไม่มีโรคประจำตัว และอีกรายอายุ 47 ปี มีประวัติโรคเบาหวาน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องรายงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนนำไปปฏิบัติในการดูแลตัวเอง

เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมโรคใน กทม. และปัจจัยเสี่ยงในการระบาด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กทม. ยังพบผู้ป่วยพอสมควร สูงสุดเคยพบ 49 รายต่อวัน และค่อยๆ ลดลงมาแต่ยังพบในหลักสิบราย แนวโน้มยังทรงตัวอยู่ แต่ก็ไม่น่าไว้วางใจ ปัญหาเกิดขึ้น จากการติดตามผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อ แต่เขาไม่สามารถมาได้ เพราะอาจติดธุระ หรือยังไม่มีอาการ ทำให้กระจายไปทั่ว จึงต้องหาว่าจะทำยังไง ให้ผู้สัมผัสอยู่กับบ้าน และเข้ารับการตรวจทันที อย่างน้อย 2 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อป้องกัน การแพร่ไปยังคนในบ้านทั้งเด็กและผู้สูงอายุโดยไม่รู้ตัว คนที่สัมผัสในกลุ่มนี้จะต้องแยกตัวเอง รวมถึงการกินออกจากคนในบ้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อินโดผวา เจออาฟเตอร์ช็อกแรง 5 แมกนิจูดเขย่าซ้ำ ยอดเหยื่อดินไหวดับพุ่ง 45 ศพ
บทความถัดไป‘ณัฏฐพล’ โพสต์ซึ้งขอบคุณครู ขอใช้โอกาสแก้ปัญหาเส้นทางชีวิต-ความก้าวหน้า