เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิด และเพลิงไหม้ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า ปัจจุบันยังมีผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 14 ราย เป็นชาวไทย 9 ราย เป็นต่างชาติ 5 ราย โดยทั้ง 14 รายอยู่ในอาการที่ไม่น่าเป็นห่วง น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็วๆนี้
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าคดีจากการยืนยันจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากคณะสืบสวนสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆไปจนถึงตำรวจท้องที่ได้ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บกู้ระเบิด (EOD) ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางในการตรวจพิสูจน์วิเคราะห์พยานหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับ และนำไปสู่การจับกุมคนร้าย ขณะที่เจ้าหน้าที่การข่าวได้ร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงและประชาคมข่าวและหน่วยราชการอื่นๆมาสนับสนุนการปฏิบัติงานทีมงานสืบสวน โดยสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ล่าสุดได้ออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้นใน จ.ภูเก็ต และได้ตรวจสอบเพิ่มเติมบุคคลในหลายพื้นที่ เพื่อหาความเชื่อมโยงทั้งหมดที่เกิดขึ้น
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า ในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ วันที่ 17 สิงหาคม การข่าวไม่พบมีการแฝงตัว เพื่อหวังเข้ามาก่อความวุ่นวาย ตั้งแต่เกิดเหตุ ฝ่ายความมั่นคง ได้เพิ่มความเข้มการสืบสวนหาข่าว และการรักษาความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง เน้นแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน สถานทูต สถานกงสุล โดยเฉพาะ ประเทศที่มีความขัดแย้ง แต่ขอย้ำไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง ขอประชาชนอย่าวิตกกังวล
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการประสานข้อมูลกับทางมาเลเซียในการตรวจซิมโทรศัพท์มือถือนั้น มีการคุยกันอย่างต่อเนื่อง ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เบื้องต้นยังไม่มีการขอข้อมูลอะไรเพิ่มเติมและยังไม่ได้รายงานอะไรมา อย่างไรก็ตามในทางการสืบสวนขณะนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จนถึงขณะนี้ตนยังเชื่อว่าการก่อเหตุดังกล่าวเป็นวินาศกรรมไม่ใช่การก่อการร้าย คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง เป็นหัวหน้าคณะทำงานสอบสวน
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในส่วนมาตรการป้องกันเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ เฝ้าระวังเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคนอยู่มาก แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ พื้นที่ด่านชายแดน เพิ่มจุดตรวจจุดสกัด เพื่อจะคัดกรองบุคคล พาหนะ ตลอดจนมีการบูรณาการกับฝ่ายสืบสวนให้เข้มแข็งตลอดเวลา นอกจากนี้วได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร.เฝ้าติดตามสถานการณ์ติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้มั่นใจทำงานของตำรวจในการคลี่คายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือใครมีเบาะแสใดๆกรุณาแจ้งไปยังตำรวจท้องที่ , 191หรือ 1599 ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า การสืบสวนสอบสวนทั้ง 7 จังหวัด หลายจุดมีความคืบหน้า เชื่อว่าจะได้ตัวคนร้ายในไม่ช้า เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเหตุวินาศกรรมอยู่ตราบใดที่ยังไม่ปรากฏความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย วินาศกรรมเป็นการก่อกวนตามปกติ ยืนยันว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เป็นคนละมูลเหตุจูงใจ คนละอุดมการณ์ ขอเวลาให้ตำรวจทำงาน วันนี้ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย ที่เหลือเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย และรู้กลุ่มผู้กระทำการแล้ว
https://youtu.be/yd_RGilneQQ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นางสาววิชิรตา ดวงมะโน อายุ 30 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมด้วย โดยพ.ต.อ.กฤษณะ รับเรื่องไว้ โดยระบุว่า วันเกิดเหตุเดินทางมาสักการะท้าวมหาพรหม ที่แยกราชประสงค์ แขวงและเขตปทุมวัน จากนั้นได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ตนได้รับบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวที่ห้องไอซียู 2 สัปดาห์ เนื่องจากช่องท้องทะลุ กระดูกไหปลาร้าแตก ตับ ไต ฉีกขาดต้องตัดไตทิ้ง ดามเหล็กจากสะโพกถึงขา ผ่าตัดมือด้านซ้าย หูซ้ายไม่ได้ยิน และต้องกินยาระงับประสาทตลอดชีวิต โดยทางกรวงยุติธรรมให้เงินรักษาพยาบาล 103,000 บาท และกทม. 30,000 บาท ส่วนที่เหลือมีหน่วยงานต่างๆให้ 1,000 บาท 2,000 บาท ปัจจุบันไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักนายกรัฐมนตรีไป 2 ฉบับ ให้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งขณะนี้ยังต้องรอการผ่าตัดอีก1ครั้งได้ยื่นหนังสือไปยังกระทรวงต่างๆเพื่อขอให้เยียวยารักษาแต่กลับถูกปฏิเสธ อ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง จึงตัดสินใจมาร้องขอความเป็นธรรมที่ ตร. แม้จะพอใจการทำคดีของตำรวจ แต่หลังเกิดเหตุ ต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ และได้รับการช่วยเหลือเยียวยาไม่เพียงพอ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุ ได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมกว่า1แสนบาท และกรุงเทพมหานครบางส่วนเท่านั้น
ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวยืนยันว่า จะช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

