เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ควบคุมตัว นายอมรเทพ หรืออั๋น เฉลิมวัฒน์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีทำร้ายภรรยาตัวเอง มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 22.45 น. ขณะที่ ร.ต.อ.บรรยงค์ แดงเรือง รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร ได้รับแจ้งเหตุจากวิทยุว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน ที่ห้องไม่มีเลขที่ ชั้น 2 ชอยรัชดาภิเษก 36 แยก 97 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. โดยใช้อาวุธปืนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลเปาโลโชคชัย 4 จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบร่องรอยหยดเลือดอยู่ที่กระเป๋าผ้าสีขาวและหัวกระสุนปืน จำนวน 2 หัว จากการสอบสวน น.ส.กุลนที หรือน้ำฝน เอี่ยมลอย พยานผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้นำ น.ส.นภิศา หรือตาล ห่องคำ ผู้บาดเจ็บ
ทราบว่า น.ส.นภิศา หรือตาล พักอาศัยอยู่ด้วยกันกับนายอมรเทพ แฟนหนุ่ม ภายในห้องดังกล่าว จากนั้นทั้งสองคนได้ทะเลาะกัน จากนั้น น.ส.นภิศา ก็เก็บสัมภาระออกจากห้องพักเอาไปเก็บไว้ด้านล่าง แล้ว กลับขึ้นมาที่ห้องพักอีกครั้งไปนั่งอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลที่ตั้งอยู่บริเวณภายในห้อง ส่วน น.ส.กุลนที หรือฝน ยืนอยู่บริเวณประตูทางเข้า-ออกห้องพัก ห่างจาก น.ส.นภิศา ประมาณ 1 เมตร จากนั้นเห็นนายอมรเทพ หรืออั๋น ซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกับ น.ส.นภิศา ระยะห่างประมาณ 1.5 เมตร ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง น.ส.นภิศา หรือตาล จำนวน 2 นัด ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายอมรเทพก็ได้นำอาวุธปืนติดตัวไปแล้วหลบหนีไป ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เปาโลโชคชัย 4 เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
จากนั้นได้สอบสวน น.ส.นภิศา หรือตาล ผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่าถูกนายมรเทพ ซึ่งเป็นแฟนและพักอาศัยอยู่ด้วยกันใช้อาวุธปืนสั้นสีดำ ที่ซุกซ่อนไว้ใต้หมอนในห้องนอนยิงตนเองถูกบริเวณจักกะแร้และชายโครงขวาได้รับบาดเจ็บ
จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเชื่อได้ว่า นายอมรเทพใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง น.ส.นภิศา หรือตาล ได้รับบาดเจ็บจริง ต่อมาตำรวจจึงขออำนาจศาลออกหมายจับ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับนายอมรเทพ ผู้ต้องหาที่ 63/2564 ลงวันที่ 15 ม.ค.2564 ต่อมาวันที่ 17 ม.ค.2564 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักกับเพื่อนที่ห้องพัก ต.วังพิกุล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหากำลังยืนอยู่หน้าห้องพัก จึงได้แสดงหมายจับของศาลพร้อมทั้งจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” ตามกฎหมายอาญา มาตรา 80, 91, 288, 371, 376 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 3 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 5, 7 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองสูงแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7
ท้ายคำร้องยังระบุว่า เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น แต่จะต้องสอบปากคำพยานอีก 6 ปาก และรอผลการตราจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหา ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหา มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-30 ม.ค.2564 และหากมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดประกันตัวชั่วคราวนายอมรเทพ ผู้ต้องหา ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันโดยตีราคา 3 แสนบาท

