ลืมล็อกประตู เสร็จพ่อค้ารับซื้อของเก่าฉกทองในเบนซ์23 บ. เงินอีก5หมื่น พบประวัติโชกโชน

19.01.21 | 16:13 น.
ลืมล็อกประตูรถ เสร็จพ่อค้ารับซื้อของเก่าฉกทองในเบนซ์23 บ. เงินสดอีก5หมื่น โชคดีมีวงจรปิด ตามรวบ พบประวัติโชกโชน

เมื่อวันที่​ 19​ มกราคม พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี พร้อม​ พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน รอง ผกก.สส.​สน.ลุมพินี,พ.ต.ต.ภาราดร สุวรรณรัตน์​ และ พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ สุดหอม​ สว.สส.สน.ลุมพินี ร่วมนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน​ สน.ลุมพินี จับกุมนายคเชนทร์ หรือเหน่ง สีหามาต อายุ 45 ปี​ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ตามรถยนต์ พร้อมของกลางเงินสด 40,000 บาท และทองรูปพรรณ​หลายรายการ​ รวมน้ำหนัก​ทอง 23​ บาทมูลค่ากว่า​ 6​ แสนบาท​


ทั้งนี้เมื่อวันที่​ 17​ มกราคมที่ผ่านมา​ เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง​ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ เข้าแจ้งความกับตำรวจ​หลังนำ​รถเบนซ์​ รุ่นจีแอลซี​ มาจอดไว้ภายในสวนลุมพินี​ แขวงลุมพินี​ เขตปทุมวัน​ กรุงเทพฯ แล้วไปเดินเล่น​ภายในสวนสาธารณะ​ โดยลืมล็อคประตูรถ​ เมื่อกลับมายังรถ​ พบว่ากระเป๋าที่วางไว้บริเวณเบาะด้านหลังถูกรื้อค้น​และทรัพย์สิน​ภายใน​สูญหายไป​ ซึ่งภายในกระเป๋าดังกล่าวมี​ ทองรูปพรรณเก่ารวมน้ำหนักประมาณ​ 23​ บาท​ มูลค่ากว่า​ 6​ แสนบาท​ และยังมีเงินสดจำนวน​ 50,000 บาทสูญหาย

จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด​ พบคนร้ายเป็นชาย​ อายุราว​ 50​ ปี​ จึงสืบสวนติดตามจนทราบว่าคนร้ายดังกล่าวคือนาย​คเชนทร์​ อาชีพรับซื้อ-ขายของเก่า​ จึงนำตัวมาสอบสวนและค้นไปยังที่พัก​ พบของกลาง​ทั้งหมด​

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่า มีอาชีพหารับซื้อของเก่า​และนำไปขายต่อเพื่อเอากำไรส่วนต่าง​ วันเกิดเหตุเดินอยู่ภายในที่จอดรถดังกล่าวแล้วพบว่ารถคันกล่าวไม่ได้ล็อก สังเกตได้จากเดือยกลอนบริเวณกระจก​ จึงเปิดประตูเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน​ภายในรถ​ ก่อนจะกลับห้องพักย่านวงเวียนใหญ่​ จนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว​ สำหรับเงินของกลาง​ 10,000 บาท​ ตนได้นำไปใช้จ่าย​ และซื้อเครื่องชั่งดิจิตัล เพื่อชั่งน้ำหนักทองที่ได้มา​

Advertisement

ทั้งนี้ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่านายคเชนทร์​ เคยถูกดำเนินคดีและถูกจำคุกในข้อหาลักทรัพย์​มาแล้ว​ 2​ ครั้ง​ในท้องที่สน.ลุมพินี​ เมื่อปี2548​ และสภ.บางแก้ว​ โดยก่อเหตุในลักษณะ​คล้ายกัน​ เพิ่งจะพ้นโทษเมื่อเดือนกันยายนปี2563​ ก่อนมาก่อเหตุซ้ำอีก​ ​

เบื้องต้นแจ้งข้อหา”ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ​ ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​