‘สัมพันธวงศ์-สะพานสูง’ 2 เขตกทม.ไร้ผู้ติดโควิด สธ.เผย หากแนวโน้มดี อาจผ่อนปรนมาตรการต่างๆ

‘สัมพันธวงศ์-สะพานสูง’ 2 เขตกทม.ไร้ผู้ติดโควิด สธ.เผย หากแนวโน้มลดลง เตรียมผ่อนปรนมาตรการต่างๆ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด -19 ในประเทศไทย ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 171 ราย การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2563 มีผู้ติดเชื้อสะสม 8,357 ราย หายป่วย 5,416 ราย เสียชีวิตสะสม 10 ราย อัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 0.12 ภาพรวมตัวเลขสะสมเพิ่มขึ้นในระดับคงตัว สัปดาห์นี้ยังพบการติดเชื้อใน 17 จังหวัด หากแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ อาจมีการผ่อนปรนมาตรการให้ประชาชนดำรงชีวิตใกล้เคียงปกติ แต่ยังคงมาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโรค

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สถานการณ์ใน จ.สมุทรสาคร แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมา 2 วัน อยู่ในหลักร้อยราย ยังคงเข้มการตรวจเชิงรุกในโรงงานต่างๆ ต่อเนื่อง สำหรับกรุงเทพมหานครแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเช่นกัน ถือเป็นสัญญาณที่ดี ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และคัดกรองเชิงรุก โดยพื้นที่ที่รายงานผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 5 อันดับ คือ เขตบางขุนเทียน 106 ราย เขตบางแค 27 ราย เขตบางพลัด 27 ราย เขตจอมทอง 25 ราย และเขตธนบุรี 21 ราย ส่วนเขตที่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันมี 2 เขต คือ เขตสัมพันธวงศ์ และเขตสะพานสูง

“สำหรับสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อที่มารับบริการในโรงพยาบาลภาพรวมยังคงตัว มีแนวโน้มลดลง โดยวันนี้พบ 33 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากการคัดกรองเชิงรุก ส่วนใหญ่มาจาก จ.สมุทรสาคร ต้องเข้มข้นมาตรการป้องกันโรคในองค์กรและคัดแยกผู้ติดเชื้อจากที่พัก การเฝ้าระวังการลักลอบข้ามแดนไทย-มาเลเซีย เพิ่มการรองรับคนไทยกลับประเทศ รวมทั้งให้ทุกจังหวัดเร่งค้นหาเชิงรุกในสถานประกอบการและชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าว พร้อมจัดให้มีมาตรการรองรับการกักตัวผู้ติดเชื้อไม่มีอาการและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ส่วนจังหวัดที่ยังพบผู้ติดเชื้อในระบบบริการและพื้นที่ควบคุมสูงสุดต้องยกระดับการค้นหาเชิงรุกในชุมชน และเข้มงวดในการกำกับติดตามการกักตัวของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต่อเนื่อง” นพ.เฉวตสรร กล่าว

ทั้งนี้ นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแนวทางสำหรับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันสถานที่ทำงานต้านโควิด ในฐานชีวิตใหม่ : New Normal โดยสถานประกอบการสามารถนำไปประโยชน์ ในเรื่องของการประเมินความเสี่ยง สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/959 ขณะนี้มีหน่วยงานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กนำไปปฏิบัติ ทำให้การเว้นระยะห่างในที่ทำงานได้มาตรฐาน สามารถจัดการป้องกันควบคุมโรคได้ตรงกับระดับความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อรุณ วัชระสวัสดิ์’ อาลัย ‘ฐากูร’ บุคคลหายาก นักนสพ.อุดมการณ์มั่น ประคองตัวได้สมดุล
บทความถัดไปพุทธิพงษ์ สานต่อแนวคิด ‘ฐากูร’ เร่งขยายโครงข่าย 5G ให้ปชช. ใช้ประโยชน์​ทั่วถึง