เมื่อ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร รวบรวมรายชื่อ 208 ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี
งานนี้ “จัดหนัก” กับรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดังจะเห็นจากเนื้อหาตอนหนึ่งของญัตตินั้นว่า “พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล…”
จึงมีผู้ถามบิ๊กป้อม “ญัตติฝ่ายค้านว่าท่านทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล?”
ในทันใด “บิ๊กป้อม” สวนนิ่มๆ ว่า “เดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว ยังจะไปมีอะไร”
ฟังแต่ผ่านหูดูจะน่าเห็นใจ
ท่วงท่าเดินของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ คล้ายจะลำบากยิ่งขึ้นทุกวัน บางครั้งต้องเกาะแขนบอดี้การ์ดเยื้องย่างอย่างเชื่องช้า เมื่อใครไถ่ถามอะไรก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ ไม่มี ไม่เห็น ไม่เป็น ไม่เอา
เหมือนคนสิ้นฤทธิ์หรือเป็นไม้ใกล้ฝั่ง !
“ภาพ” ที่ปรากฏนั้นใช่ความจริงหรือกลลวง
ความจริงคือ คนที่มีสติปัญญาจำนวนไม่น้อยไม่ชอบเปิดเผยตัวตน
มีอำนาจ มีฤทธิ์เดชน่าเกรงขามจนมิพักต้องกล่าวถ้อยคำอันใด เพียงแค่ “พยักหน้า” บรรดาบริวารแวดล้อมที่ล้นหลามก็อาสาสนองนายกันสุดลิ่ม
แต่ในบางสถานการณ์ ต้องทำเป็นแสร้งโง่
ฉลาดมากมักจะเป็นเป้าถูกทำลาย ไปไม่รอด ทำตัวเซ่อๆ คล้ายคนโง่จะไม่เป็นที่สนใจ แต่เมื่อลงมือทำสิ่งใดก็มักสำเร็จลุล่วงทุกที
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เมื่อไปถาม พล.อ.ประวิตรว่า ทั้ง ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ก็อยู่ในสายเดียวกัน จะลงแข่งกันเองในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.นั้นจะทำให้ “พลังประชารัฐ” แตกหรือไม่
“ประวิตร” เผลอแผ่รังสีว่า “ผมยังอยู่-ไม่มีแตก” !
ความจริงคือประวิตรเป็นผู้มีฤทธิ์ที่เข้าใจวิถีทางแบบไทยๆ ว่า “เด่นนักมักมีภัย”
“โง่” แต่ก็เป็นพี่ใหญ่ ต้องการสิ่งใดไม่เคยไม่ได้
จะเดินไหวหรือไม่ไหว “บิ๊กป้อม” ประวิตรก็คือคนคุมบังเหียน “แก๊ง 3 ป.”
ที่กอดคอก่อรัฐประหารกันมาตั้งแต่ 22 พ.ค.2557
เล่นเล่ห์เพทุบายได้ครองอำนาจมาจนเกือบครบ 7 ปีแล้ว !?!!

