เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สน.บางกอกใหญ่ พ.ต.อ.จุมพล คณานุรักษ์ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายรังสิต ทะฤาษี อายุ 63 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ย่านภาษีเจริญ ใช้มีดกระหน่ำแทงนายหนุ่ม สมบัติหล้า อายุ 47 ปี เพื่อนโชเฟอร์แท็กซี่อู่เดียวกันจนเสียชีวิตคาบันไดห้องพักบนอาคารพาณิชย์ถนนเพชรเกษม ซอย 4 แยก 10 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ช่วงกลางดึกวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า
ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ติดตามจับกุมนายรังสิต ทะฤาษี อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นโชเฟอร์ขับแท็กซี่อู่เดียวกันกับผู้ตาย ได้หลังหลบหนีไปพักอยู่ที่บ้านเพื่อนที่เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ด้วยกัน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อรอหลบหนีต่อในช่วงเช้า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา
จากการสอบสวนนายรังสิต ให้การรับสารภาพว่า นายหนุ่มกับตนมักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอด แต่ก่อนตนพักอยู่ชั้น 3 แต่นายหนุ่มพักอยู่ชั้น 2 มักสูบบุหรี่ในห้อง ควันบุหรี่ก็ลอยขึ้นมาเข้าห้องพักตน กลิ่นบุหรี่จับติดเสื้อจนผู้โดยสารบ่น ตนลงไปต่อว่าก็ทะเลาะกันทุกครั้ง จนเมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา ขอย้ายห้องขึ้นไปอยู่บนชั้น 4 เพื่อหลบกลิ่นควันบุหรี่ แต่เมื่อนายหนุ่มดื่มเหล้าเมาก็ยังตามขึ้นมาหาเรื่องอยู่ตลอด กระทั่งคืนก่อนเกิดเหตุ นายหนุ่มซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาได้เดินถือไม้ขึ้นมาหาเรื่องตนที่ห้องพักบนชั้น 4 แล้วกระหน่ำฟาดตนหลายครั้งจนไม้หลุดมือ ทนไม่ไหวจึงคว้ามีดในห้องแทงสวนไปที่บริเวณลำตัวนายหนุ่ม จนนายหนุ่มวิ่งหนีลงบันได ด้วยความโมโหตนวิ่งตามไปก่อนที่นายหนุ่มจะล้มลง จึงใช้มีดกระหน่ำแทงและใช้ไม้ของนายหนุ่มฟาดไปอีก 2 ครั้ง แล้ววิ่งขึ้นไปที่ห้องพัก เพื่อเอาเสื้อผ้าก่อนลงมาขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านเพื่อน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางกอกใหญ่ ได้นำตัวนายรังสิต ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องพักที่เกิดเหตุ ในซอยเพชรเกษม 4 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านในอาคาร เนื่องจากสถานที่คับแคบ เมื่อไปถึงตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาขึ้นไปชี้จุดที่ห้องพักชั้น 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายเดินขึ้นมาหาเรื่อง ก่อนจะถูกมีดแทงแล้ววิ่งหนีลงไปเสียชีวิตด้านล่าง จากนั้น นายรังสิต ได้ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าแล้วลงมาขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางปากซอยดังกล่าว เพื่อไปกบดานบ้านเพื่อน จนมาถูกจับกุม ใช้เวลาทำแผนประมาณ 20 นาที

