เหยี่ยวถลาลม : อำนาจราชการโอฬารมหาระทึก

29.01.21 | 13:03 น.

เหยี่ยวถลาลม : อำนาจราชการโอฬารมหาระทึก

อยู่ดีๆ ก็เหมือนมีรถบรรทุกพ่วงมาเกย

คุณยายบวน โล่สุวรรณ อายุ 89 ปีได้รับหนังสือจาก “กรมบัญชีกลาง” ทวงเงิน “เบี้ยผู้สูงอายุ” ที่เคยจ่ายให้ยายมาตลอด 10 ปี

ยายบวนต้องจ่ายเงินคืนหลวงรวม 84,400 บาท พร้อมดอกเบี้ย

เจ้าหน้าที่ อบต.เจริญสุข อ.เฉลิม พระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ แจ้งว่า “ยายบวน” ได้รับเงินบำนาญพิเศษของลูกชายที่ชื่อ จ.ส.อ.จักราวุทธ โล่สุวรรณ อดีตทหารสังกัด มทบ.21 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคลังแสงระเบิดเมื่อปี 2544 ต่อมาเมื่อ “ยายบวน” ได้สิทธิรับเบี้ยผู้สูงอายุอีกจึงถือว่าทางการ “จ่ายซ้ำซ้อน”

Advertisement

“ยายบวน” ถึงกับมึนงง เงินรับมาก็จ่ายไป 10 ปีล่วงมาแล้ว จะให้ยายทำอย่างไร

ในทันใดนั้นบรรดาเจ้าใหญ่นายโตก็พาเหรดกันมาที่บ้านของยาย อาทิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ นายก อบต.เจริญสุข กับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์

พร้อมเพรียงกัน “แสดงวิสัยทัศน์” แห่งข้าราชการซึ่งตั้งอยู่บนฐานของ “การใช้อำนาจ”

ไม่ใช่ “การใช้ความรู้” ทั้งยังไม่ใช่การใช้สามัญสำนึก

“ราชการ” ยืนยันจะต้องทำตามระเบียบ “ยายบวน” ต้องผ่อนชำระเงิน 84,400 บาทคืนหลวง ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี แล้วจะไม่คิดดอกเบี้ย

ถ้าเกิน 1 ปี คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

“ยายบวน” จนปัญญาจะเถียงความกับทางการ ได้แต่สงสัยว่า “เบี้ยผู้สูงอายุ” เป็นสวัสดิการแห่งรัฐแค่ใช้ประทังชีวิตยังไม่รอด ส่วน “เงินบำนาญพิเศษ” นั้นก็ได้มาจากการสูญเสียชีวิตลูกชาย

ถ้าสิทธิที่ได้รับนั้น “ซ้ำซ้อน” เหตุใดราชการปล่อยให้ล่วงเลยมาจนเป็นภาระ “ความเดือดร้อน” ของยายในวัย 89

“ราชการ” ไม่มีคำตอบ

แต่กรณีเช่นนี้เคยมี “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559” ว่า

จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยหลงผิด จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ และเมื่อได้ความว่า จำเลยได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริต และนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน

จำเลยจึงไม่จำต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 412 !?!!