ไว้อาลัย ‘กฎหมายทำแท้ง’ ฉบับใหม่ ไม่เคารพสิทธิ ‘ผู้หญิง’ ผลักสู่ ‘อาชญากร’

28.01.21 | 11:17 น.

ไว้อาลัย ‘กฎหมายทำแท้ง’ ฉบับใหม่ ไม่เคารพสิทธิ ‘ผู้หญิง’ ผลักสู่ ‘อาชญากร’

หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ท่ามกลางกระแสความยินดี ที่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงทำแท้งอย่างถูกกฎหมายได้เป็นครั้งแรก แม้จะมีเงื่อนไข หลายคนต่างเข้าไปแสดงความยินดีกับภาคประชาสังคมที่ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด

ทว่า!! หากอ่านลึกลงไปในตัวบทกฎหมาย หลักใหญ่ใจความของกฎหมายทำแท้งฉบับใหม่ ก็ยังกล่าวโทษผู้หญิงว่าเป็น “อาชญากร” ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกที่ตั้งใจท้องเพื่อจะไปทำแท้ง”

ล่าสุด กลุ่มทำทาง พร้อมด้วยเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางเพศ ทำกิจกรรมไว้อาลัยให้กับกฎหมายทำแท้งฉบับใหม่ ที่ยังกำหนดให้ผู้หญิงเป็นอาชญากรหลังการทำแท้งอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ วางพวงหรีดข้อความว่า “ไว้อาลัยคนออกกฎหมายทำแท้งใหม่ทั้งยังฆ่าผู้หญิง” พร้อมชูป้าย อาทิ การทำแท้งเป็นเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่อาชญากรรม, ทำแท้งปลอดภัยคือ สิทธิมนุษยชน เป็นต้น เพื่อไว้อาลัยต่อการแก้ไขกฎหมายทำแท้ง

สุไลพร ชลวิไล นักวิชาการกลุ่มทำทาง เล่าว่า มีหลายคนมองเรื่องนี้เป็นประตูบานแรก และเข้ามาแสดงความยินดีกับเรา แต่เราไม่มองอย่างนั้น และไม่อยากให้มองอย่างนั้น เพราะถ้ายอมรับแค่นั้น ก็เท่ากับว่าเราไม่จริงใจกับข้อเรียกร้องของเราที่ผ่านมา ทั้งที่มีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ ไหนๆ แก้กฎหมายนี้แล้ว ทำไมไม่ทำให้สุดทาง

ย้อนข้อเรียกร้องของกลุ่มทำทางและภาคประชาสังคม เคยยื่นสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณายกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 เพื่อให้ยกเลิกการลงโทษทางอาญาต่อผู้หญิงทำแท้ง และแก้ไขมาตรา 305 เพื่อเปิดทางให้แพทย์สามารถยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงได้ในอายุครรภ์ 24 สัปดาห์

Advertisement

“หลายคนอาจดีใจกับการผ่านร่างกฎหมายนี้ จากกฎหมายปัจจุบันที่ลงโทษผู้หญิงทำแท้งทุกกรณี แต่ของใหม่มาผ่อนปรนว่าอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ สามารถทำแท้งได้นะ กฎหมายจะไม่ลงโทษ ในเชิงการทำงานเรามองว่ามันไม่ใช่ เพราะควรยกเลิกการลงโทษทุกกรณี เนื่องจากการทำแท้งเป็นสิทธิมนุษยชนสากล จริงๆ ต้องเอาเรื่องการทำแท้งออกจากกฎหมายอาญาด้วยซ้ำ เพื่อไม่ทำให้ผู้หญิงทำแท้งเป็นอาชญากรและอาชญากรรม เพราะจะทำให้ผู้หญิงไม่กล้าไปใช้บริการ เนื่องจากกลัวถูกปรับถูกจับ”

เทียบกฎหมายทำแท้ง ‘ปัจจุบัน-ใหม่’

เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้ง สุไลพรสรุป เปรียบเทียบกฎหมายทำแท้งปัจจุบันและใหม่ เริ่มที่ กฎหมายปัจจุบันคือ ประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการทำแท้งมี 5 มาตราคือ มาตรา 301-305 แต่สาระหลักที่มีการแก้ไขคือ มาตรา 301 และมาตรา 305

โดยในมาตรา 301 ระบุว่า หญิงใดทําให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนแท้งลูก ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจําทั้งปรับ

สุไลพรเล่าว่า มาตรา 301 พูดถึงผู้หญิงโดยตรง จะเห็นว่ากฎหมายทำแท้งปัจจุบัน คือไม่อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งเลย แม้ร่างกฎหมายทำแท้งใหม่ จะเปิดให้ผู้หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แล้วจะไปทำแท้ง ก็ต้องถูกระวางโทษปรับปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้โทษจะไม่สูงเท่าปัจจุบัน

ส่วนมาตรา 305 ระบุว่า ถ้าการกระทําความผิดดังกล่าว เป็นการกระทําของนายแพทย์ คือ 1.จําเป็นต้องกระทําเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น และ 2.หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทําความผิดอาญา เช่น ล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ข่มขืน กระทำชำเรา จนเป็นสาเหตุให้ตั้งครรภ์ เป็นต้น ผู้กระทําไม่มีความผิด

สุไลพรเล่าว่า มาตรา 305 พูดถึงการยกเว้นความผิดให้แพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งในกฎหมายทำแท้งใหม่ยังคงหลักการเดิมไว้ แต่เขียนในอนุ 5 ข้อให้ชัดเจนและกระชับขึ้นคือ 1.หญิงตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของหญิงนั้น 2.หญิงยืนยันว่ามีครรภ์ เนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ

และใส่ประเด็นใหม่อีก 3 ข้อคือ 3.มีความเสี่ยงหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่า หากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติทุพพลภาพอย่างร้ายแรง 4.หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ และ 5.หญิงอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ รมว.สาธารณสุขประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

“ได้ฟังการอภิปรายร่างกฎหมายนี้ในสภาผู้แทนราษฎร พบว่าหลายคนไม่ได้พูดจากหลักฐานเอกสารวิชาการอะไร แต่พูดจากความคิดความเชื่อของเขา อย่างแพทย์ที่เป็นตัวแทนแพทยสภา บอกว่าทำแท้งในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์มีความปลอดภัย แต่พูดผิดตรงหากทำแท้งตอนอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ มีความเสี่ยงสูง ทั้งที่แพทย์ในเครือข่ายแพทย์พยาบาลอาสาอาร์เอสเอ (Referral System for Safe Abortion :RSA) ที่ทำแท้งอยู่ประจำ ยืนยันว่าอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ก็ทำแท้งอย่างปลอดภัยได้ จริงๆ มีงานวิจัยรองรับการทำแท้งภายในอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ ก็ปลอดภัยได้ ก็อยากจะถามว่าทำไมการออกกฎหมายนี้ ถึงไม่ฟังเสียงหมอทำแท้ง ไม่ฟังเสียงผู้หญิงที่มีประสบการณ์ทำแท้งมาก่อน แต่กลับฟังจากหน่วยงานที่ไม่ได้เอาข้อมูลมารับรอง และยังเป็นกฎหมายที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลอีก”

“กฎหมายทำแท้งทั่วโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทิศทางการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่คือ ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการเร็วขึ้น ได้รับความสะดวกมากขึ้น ในกติกาสากล จะไม่มาลงโทษผู้หญิงที่ไปทำแท้ง เพราะไม่อยากให้ผู้หญิงไปทำแท้งเถื่อน นำมาสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิต ฉะนั้นหากอยากเปลี่ยนให้ดีขึ้นคือ ต้องแก้ให้ไม่มีการลงโทษผู้หญิง” สุไลพรยืนยันในข้อเรียกร้อง

สุไลพร ชลวิไล นักวิชาการกลุ่มทำทาง

‘ตัวอ่อน-แม่’ สิทธิใครตัดสินใจทำแท้ง?

เรื่องราวทั้งหมดมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ชี้ว่า มาตรา 301 ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และให้ปรับปรุงแก้ไขภายใน 360 วัน หรือภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นเหตุให้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเข้าสภา

สุไลพรเล่าว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย มีประเด็นให้ถกเถียงพอสมควร อย่างคำถามว่าทำไมผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แล้วไปทำแท้งถึงไม่มีความผิด ยิ่งในคำวินิจฉัยตอนหนึ่งที่ระบุว่า “การคุ้มครองสิทธิของทารกในครรภ์และสิทธิของหญิงตั้งครรภ์ ต้องให้เกิดความสมดุลกัน โดยอาจต้องนำช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์มาเป็นหลัก ในการพิจารณาปฏิเสธสิทธิของหญิง” ได้ถูกนำอ้างอิงในกระบวนการออกกฎหมายทั้งหมด เป็นที่มาของการพูดถึงสิทธิตัวอ่อน ทั้งที่ในสิทธิมนุษยชนสากลตัวอ่อนไม่มีสิทธิ การตั้งครรภ์เป็นสิทธิผู้หญิงเต็มๆ เด็กจะมีสิทธิได้ก็ต่อเมื่อคลอดออกมาเป็นตัวตนแล้วเท่านั้น

“ส่วนตัวเชื่อมั่นในสิทธิที่ต้องบาลานซ์กัน ไม่มีใครมีสิทธิเหนือใคร แต่เรื่องสิทธิตัวอ่อนที่นำมาอ้างกัน มันไม่มีในหลักสิทธิมนุษยชน ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ต่างก็แก้กฎหมายกันไป”

ยืนยันจุดยืน “ไม่ลงโทษผู้หญิง-ไม่กำหนดอายุครรภ์”

กุลกานต์ ดีเสียง ผู้ประสานงานกลุ่มทำทาง กล่าวว่า เราขอย้ำในจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการลงโทษผู้หญิง และไม่ควรกำหนดอายุครรภ์ดังกล่าว เพราะยังมีผู้หญิงอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์อีกมาก ก็จะเท่ากับว่าพวกเธอทำผิดกฎหมายอยู่ เราหวังให้ที่ประชุมวุฒิสภารับฟังข้อมูลจากแพทย์ผู้ให้บริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยและงานวิจัยต่างๆ และมาแสดงความสิ้นหวังและไว้อาลัยแด่กฎหมายทำแท้งฉบับใหม่ ที่ละเมิดหลักการสิทธิมนุษยชน

“หากกฎหมายใหม่บังคับใช้ตามร่างนี้ เราก็ยังยืนยันในจุดยืนและเดินหน้าสร้างความเข้าใจผู้หญิงให้เข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย แนะนำผู้หญิงอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ สามารถทำอะไรได้บ้าง”

กุลกานต์ ดีเสียง ผู้ประสานงานกลุ่มทำทาง

“ผู้หญิง” ไม่ใช่อาชญากร