กรมธรณี เผย ที่มา วาฬอำแพง แห่งอดีตทะเลบ้านแพ้ว
นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า หลังทีม ทธ.ลงสำรวจขุดค้นในพื้นที่ ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และทำการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกวาฬเพื่อทำการอนุรักษ์ตัวอย่าง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี โดยมีชิ้นตัวอย่างโครงกระดูกวาฬ จำนวน 127 ชิ้นตัวอย่าง ขณะเดียวกันได้ส่งตัวอย่างกระดูกบริเวณส่วนหัวกะโหลกที่แตกหัก 1 ชิ้น ประมาณ 100 กรัม ไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์หาอายุด้วยวิธีศึกษาธาตุคาร์บอน-14 (C-14) ซึ่ง ในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทธ.ได้ดำเนินการอนุรักษ์ตัวอย่างโครงกระดูกวาฬชิ้นสุดท้ายชิ้นที่ 128 คือ เฝือกส่วนกะโหลก และกระดูกหู 2 ข้าง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการจำแนกสายพันธุกรรมโบราณและวิวัฒนาการของวาฬ อีกทั้งยังพบขากรรไกรบน (ซ้าย-ขวา) และชิ้นส่วนนิ้วเพิ่มอีกจำนวน 3 ข้อ สรุปชิ้นตัวอย่างโครงกระดูกวาฬ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 138 ชิ้นตัวอย่าง


นายสมหมาย กล่าวว่า หลังจากการส่งตัวอย่างกระดูกวาฬอำแพงเพื่อวิเคราะห์หาอายุของวาฬ กรมทรัพยากรธรณีได้รับแจ้งจากห้องปฏิบัติการบริษัท เบต้า จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการชั้นนำด้านการหาอายุด้วยวิธีคาร์บอน-14 AMS ทราบว่า วาฬอำแพงมีอายุ 3,380 ปี ทั้งนี้ ผลอายุของกระดูกวาฬอำแพงได้นำไปสู่หลักฐานที่บ่งชี้ว่าพื้นที่บริเวณ ต.อำแพง เป็นทะเลเมื่อประมาณ 3,380 ปีก่อน ซึ่งอธิบายถึงสภาพนิเวศวิทยาโบราณที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ได้แก่ ฉลาม กระเบน หอยกาบคู่ หอยกาบเดี่ยว และการลำดับชั้นตะกอนทะเลโบราณของที่ราบภาคกลางได้เป็นอย่างดี
ด้าน นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวว่า การจำแนกชนิดวาฬอำแพงจากส่วนกระดูกจมูกวาฬอำแพง ยังไม่มีความชัดเจน แต่ให้น้ำหนักใกล้เคียงกับวาฬบรูด้า ที่มีลักษณะโค้งงอและเส้นตรง อีกชิ้นส่วนสำคัญคือ ด้านข้างของกะโหลก ต้องใช้ระยะเวลาพิสูจน์ เพราะกะโหลกมีความชำรุด ทั้งนี้ มีข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่น่าสนใจ วาฬอำแพงมีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกับวาฬเซย์ (Sei Whale) ทั้งนี้ ขนาดของวาฬอำแพงเมื่อโตเต็มวัยมีขนาดประมาณ 12.5 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าวาฬบรูด้า แต่เล็กกว่าวาฬเซย์ที่มีขนาด 15 เมตร อีกทั้งยังไม่พบการแพร่กระจายในประเทศไทย ตอนนี้ไม่มีข้อสรุปเรื่องชนิดวาฬ ต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม อาจจะทำให้พบชนิดพันธุ์เพิ่มขึ้นได้

