เมื่อเวลา 21.30น.วันที่ 18 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงกรณีเปิดสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติว่า ช่วงนี้อาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับการจราจร ทำให้หลายๆคนเกิดความสงสัยในข้อสั่งการ ขอชี้แจง 2 กรณี ดังนี้ ในกรณีแรกมีการพูดว่านครบาลสั่งให้ตำรวจจราจรยกเลิกการใช้สัญญาณไฟอัตโนมัติ และให้ตำรวจจราตรมากดสัณญาณไฟด้วยตนเอง คือจริงๆแล้ว ที่มีคำสั่งออกไปว่าให้ตำรวจจราจรมากดสัญญาณไฟเองนั้น หมายถึงกรณีที่เป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ที่มีการจราจรติดขัด ซึ่งบางเส้นทางอาจจะมีรถเยอะ หรือน้อยก็ตาม แต่ถ้าจุดไหนที่มีการจราจรติดขัด ก็ให้ตำรวจจราตรไปกดสัญญาณด้วยตนเอง แต่ไม่ใช่กดทั้งวันทั้งคืน
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สอง คือการใช้สัญญาณไฟกระพริบสีแดง ตัวอย่างเช่น มีธุระตี1-2 แต่เมื่อถึง4แยก ก็ต้องติดไฟแดงที่ตั้งไว้อัตโนมัติ ซึ่งบางคนอาจจะเสียเวลา บางคนอาจจะฝ่าไฟแดง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีตำรวจ เบื้องต้นได้ จึงได้สั่งการให้ตำรวจทุกสน.ไปสำรวจ ตรวจสอบ เพื่อบรรเทา และมอบความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน รวมทั้งเน้นในเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงนั้น ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก ปี22 มาตรา22 อนุ5 เขียนไว้ว่า เมื่อผู้ขับขี่มาถึงบริเวณทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณไฟกระพริบสีแดง ให้หยุดรถหลังเส้นหยุด(เส้นขาว) ดูให้ปลอดภัย แล้วถึงออกรถได้ ซึ่งในทางกฎหมายแล้วการฝ่าไฟแดงถือว่าผิด แต่ฝ่าไฟกระพริบไม่ผิด แค่รอประมาณ 2-3 วินาทีหยุดรถ เพื่อดูว่าอันตรายหรือไม่ ค่อยออกรถไป จะสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากกว่า ทั้งนี้ยังไม่มีการสั่งให้ดำเนินการ แต่สั่งให้ไปตรวจสอบความเป็นไปได้ ตามจุดที่มีการจราจรติดขัด และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ทุกสน. แต่เป็นความเหมาะสม และสะดวกด้วย แต่ในพื้นที่ๆมีสถาบันเทิง และสถานบริการนั้น ก็จะไม่มีสัญญาณไฟกระพริบ เพราะว่าเป็นสถานที่ๆมีผู้คนพลุกพล่าน และอาจจะเกิดอันตรายได้ ส่วนมากจะเน้นติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบในแถบปริมณฑลเท่านั้น
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะเน้นเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน หรือมีการจราจรติดขัดเท่านั้น ที่จะให้ตำรวจตรวจตรามากดสัญญาณไฟ ส่วนกรณีศึกษา และกำหนดมาตราต่างๆ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำได้ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแน่นอน แต่ถ้าทำแล้วเกิดปัญหาก็ยกเลิกไป

