คนไข้มะเร็งปลื้มเข้า รพ.ที่พร้อม จี้ สปสช.เร่งสื่อสารข้อมูล ปชช.
วันที่ 31 มกราคม นายสมบัติ หทัยเปี่ยมสุข ประธานเครือข่ายมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กล่าวถึงนโยบายมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม ว่า นโยบายนี้เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง เพราะปัญหาความไม่พร้อมที่ผ่านมา เป็นเรื่องระยะเวลาการรอคอยรับบริการ ไม่ว่าจะทำคีโม หรือ ฉายแสงต่างๆ ที่ล่าช้า แต่ด้วยนโยบายนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้เร็ว
“เพราะโรงพยาบาลที่มีความพร้อมจะแสดงข้อมูลศักยภาพในการรักษา หากที่ไหนคิวว่าง แพทย์ก็จะปรึกษากับผู้ป่วยว่าจะไปโรงพยาบาลที่ว่างเพื่อรับการรักษาได้เร็วกว่าเดิมหรือไม่” นายสมบัติ กล่าวและว่า นอกจากนี้ นโยบายอื่นๆ ที่ยกระดับสิทธิบัตรทอง ก็ช่วยลดปัญหาให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเช่นกัน เช่น การไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาของผู้ป่วยมะเร็งอย่างมาก เนื่องจากโรคนี้ใช้ระยะเวลารักษานานเป็นเดือนๆ พอใบส่งตัวหมดอายุก็ต้องกลับมาขอใหม่ หรือบางครั้งมีโรคแทรกซ้อนก็ต้องไปขอใบส่งตัวใหม่อีก แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว สามารถรักษาได้ต่อเนื่อง
นายสมบัติ กล่าวว่า รัฐมนตรีสาธารณสุขให้นโยบายว่า ทุกคนต้องไม่เป็นผู้ป่วยอนาถา และยกระดับสิทธิบัตรทองเป็นวีไอพี ทั้งเรื่องรักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ภายในเครือข่ายที่นำร่องแล้วในเขตกรุงเทพมหานคร การยกเลิกไม่ต้องใช้ใบส่งตัวกรณีผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวซึ่งนำร่องแล้วที่เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ผู้ป่วยมะเร็งไปรักษาที่ไหนก็ได้ที่พร้อม และเปลี่ยนหน่วยบริการประจำเกิดสิทธิทันที ผลดีที่ได้รับคือ 1.คนไข้ไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว 2.ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลารอคอยในการทำคีโม ฉายแสง หรือทำหัตถการต่างๆ ไม่เกิดการกระจุกตัวในโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งการรอคอยนี้ไม่เป็นผลดีกับผู้ป่วย การที่คนไข้รับการรักษาได้เร็ว ผลการรักษาก็จะดีกว่า
“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม เพิ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 ดังนั้น ในระยะแรกอาจมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้าง เช่น คนไข้ไปแล้วลงทะเบียนไม่ได้ ต้องใช้ระบบเดิมไปก่อน คนไข้ใหม่กังวลว่าเมื่อไปรับบริการในโรงพยาบาลใกล้บ้านจะได้ยาไม่ดี หรือกังวลว่าจะได้รักษาในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือไม่ ดังนั้น โครงการนี้ต้องเร่งให้ความรู้ประชาชนให้เข้าใจในระบบมากขึ้น” นายสมบัติ กล่าว

