เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. แถลง พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี ผกก.สน.ยานนาวา และ ตำรวจกก.สส.บก.น.6 จับกุมนายธนพล หนูมาก อายุ 22 ปี นายองอาจ แดงกูล อายุ 27 ปี น.ส.รุจิรา ใจอ่อน อายุ 23 ปี และน.ส.วัชรินทร์ สิงห์ทอง อายุ 37 ปี พร้อมรถจยย. 4 คัน เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุหลายชุด ทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ พระเครื่อง โทรศัพท์มือถือ สร้อยคอทองคำ กระเป๋า
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการจับกุมเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ บก.น.6 และบก.น.8 จับกุมผู้ต้องหาเป็นผลสืบเนื่องจากการสืบสวนจากกล้องวงจรปิดตามโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้บช.น. ติดตั้งเพิ่มในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทำให้ทราบเส้นทางคนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี ขณะนี้กำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดเฟสที่ 2 ตามโครงการจะติดตั้งทั้งหมด 9 พันกว่าตัว ติดตั้งไปแล้ว 4 พันตัวจะเสร็จสิ้นประมาณกลางเดือน มี.ค.
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยอีกว่าสอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่าเคยก่อเหตุมาแล้ว 15 คดีตำรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบกว่า 100 รายการ อยู่ระหว่างขยายผลส่วนพฤติกรรมผู้ต้องหาใช้รถจยย. ติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุตระเวนไปย่านชุมชน หากพบว่าบ้านไหนไม่มีผู้พักอาศัย ไม่ล็อคประตูจะเข้าไปลักทรัพย์สินที่คิดว่าขายได้ง่าย พบอะไรวางทิ้งไว้ตามห้องตามโต๊ะก็จะลักมาใช้เวลาก่อเหตุไม่นาน โดยผู้ต้องหาเป็นเพื่อนอยู่ในวัยเดียวกัน มีอาชีพรับจ้าง ผลัดกันดูต้นทางบ้าง ลักทรัพย์บ้าง เงินที่ได้มาแบ่งกันเอาไปใช้จ่ายทั่วไปตรวจสอบพบว่ามีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดบ้าง
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่าช่วงปลายมกราคม มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ บก.น.6 จำนวน 2,600 ตัว ศักยภาพกล้องนอกจากจะมีภาพคมชัดแล้ว ยังสามารถเห็นได้ทั้งกลางวันและกลางคืนที่สำคัญบันทึกเสียงได้ด้วยคดีนี้ได้ยินเสียงท่อไอเสียของรถจยย.ที่คนร้ายใช้แต่ละคันมีลักษณะไม่เหมือนกัน แต่เป็นเสียงท่อไอเสียอันเดียวกันจากการสงสัยดังกล่าวทำให้ติดตามจนเจอรถที่ผู้ต้องหาใช้กระทำความผิด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ว่า “ร่วมกันลักทรัพย์” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

