เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม นายเอ(นามสมมติ) พ่อของ น.ส.บี (นามสมมุติ) วัย 18 ปี และหญิงสาวผู้เสียหาย นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม.เพื่อเร่งติดตามคนร้ายที่รุมโทรมข่มขืน น.ส.บี รวม 13 คน มาดำเนินคดี หลังถูกกระทำถึง 2 ครั้งในปี 2563 โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ลพบุรี โดยมี พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง และ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม.เป็นผู้รับเรื่อง
นายรณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้หญิง อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่าได้ถูกข่มขืน 2 ครั้ง ครั้งแรกเดือนกันยายน 2563 มีผู้ก่อเหตุ 4 คน และครั้งที่ 2 เดือนตุลาคมปีเดียวกัน ผู้ก่อเหตุ 9 คน รวม 13 คน โดยทั้ง 13 คน ถูกแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิง และดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงสิ้นเดือน มกราคมที่ผ่านมา แต่มี 1 ใน13คน ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นถึงอดีตสมาชิกสภาเทศบาล หรือ ส.ท.อายุ 52 ปี โดยพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี อ้างว่ามีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ วันนี้จึงมาแจ้งความกับ บก.ปคม.เพื่อขอให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ เนื่องจากกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายเอ(นามสมมติ) พ่อผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนทราบเรื่องเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 จึงแจ้งตำรวจในท้องที่ดำเนินคดี กระทั่งเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตำรวจ ได้แจ้งดำเนินคดีผู้ต้องหา 12 คน ไม่รวมอดีต ส.ท.รายนี้ ตนจึงกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เนื่องจากส่วนตัวก็รู้จักกับ อดีตส.ท. คนนี้ เพราะอยู่บ้านใกล้เคียงกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการกล่าวหาเพราะมีบุคคลเคยเห็นคลิปขณะลูกสาวถูกกระทำ ส่วนอาการของลูกสาวขณะนี้ยังต้องรักษาตัวด้วยการกินยานอนหลับ และมีอาการหวาดกลัวและพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง และที่ผ่านมา มีญาติของผู้ก่อเหตุเสนอเงิน 4แสนบาท รวมถึงมีแม่ของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เสนอขอร่วมหลับนอนกับตนแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับลูกชาย ซึ่งได้ปฏิเสธไป
เบื้องต้นตำรวจ บก.ปคม.ได้รับเอกสารหลักฐานและจะสอบปากคำผู้เสียหายก่อนจะประสานกับตำรวจในสภ.พัฒนานิคมที่ผู้เสียหายได้แจ้งความอยู่แล้วเมื่อ4เดือนที่ผ่านมา พร้อมติดต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ให้ตรวจสอบและเยียวยาผู้เสียหายตามกฎหมาย

