เหยี่ยวถลาลม : ตชด.ขอร้อง

6.02.21 | 13:00 น.

นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 หรือ “บก.ตชด.ภาค 4”
เจอมรสุมหนัก 2 ครั้ง

ครั้งแรกเมื่อ พล.ต.ต.สมเกียรติ เนื้อทอง เป็น ผบก.ตชด.ภาค 4

ครั้งหลังคือในวันนี้ ที่ พล.ต.ต.ชวลิต สุขสุวรรณ์ เป็น ผบก.ตชด.ภาค 4

เหตุทั้งสองครั้งเกิดจากการร้องเรียนและสำนักงานจเรตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง
สองครั้ง

ครั้งแรก “บก.ตชด.ภาค 4” ถูกร้องว่ามีการ “อมเงิน” เบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในบังคับบัญชาแล้วนำมาจัดสรรใหม่เรียกว่า “เงินบริหารเชิงรวม” จัดให้ ผบก.ตชด.ภาค 4,
รอง ผบ.ฉก.สงขลา และ ผบ.ฉก.ตชด.43 รวมกันเดือนละล้านกว่าบาท

Advertisement

ผลจากคำให้การและเอกสารหลักฐานจาก “ร.ต.ต.” คนที่ทำบัญชีเป็น “พยานปากเอก” ทำให้คณะ
กรรมการฯมีมติเอกฉันท์ว่า “มีมูลกระทำผิดวินัย” ตามที่ร้องเรียน

แต่ไปไม่ถึง “อาญา”

วันนี้ มีการเรื่องร้องเรียน “บก.ตชด.ภาค 4” อีกครั้งว่า กะเกณฑ์เรียกรับเงิน “รายเดือน” จาก 16 กองร้อย กับ
4 กองกำกับการ

ถ้าจริง ไม่มีทางรอด !

ในวิกฤตนี้ “จเรตำรวจแห่งชาติ” กับ “ผบ.ตร.” ควรจะถือเป็น “โอกาส”

ศึกษาค้นคว้าภูมิหลัง “บก.ตชด.ภาค 4” ให้ถี่ถ้วนลึกซึ้งแล้วรื้อทำความสะอาด ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงเกียรติภูมิ ตชด.ภาค 4 กลับคืนมา เพื่อลูกน้องจะได้ทำความเคารพนายอย่างสะดวกใจ

การสอบสวนข้อเท็จจริงของ “จเรตำรวจ” ต้องแสดงให้เห็นว่า เป็นยักษ์ที่มีกระบอง มีฤทธิ์ ทำหน้าที่เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งความถูกต้อง ตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้งรังแกใคร

จากนั้นในขั้นต่อไปก็ขึ้นอยู่กับ “ผบ.ตร.” ว่ามองทะลุปรุโปร่ง รู้เท่าทันและลงมือจัดการได้เด็ดขาดหรือไม่

ถ้าจะมีการย้ายกันอีกครั้งก็ต้องไม่ใช่ “ย้ายกลบเกลื่อน” หรือย้ายกู้หน้าแล้วลงเอยเหมือนคราวก่อนคือ
“อมแล้วอมเลย” ความเสียหายที่แท้จริงซึ่งเกิดแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้รับการชำระสะสาง

แค่ใช้วิธีทางการปกครอง “ย้ายล้างบาง” !

เชื้อโรคไม่ได้ตาย ยังคงรอวันที่สภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวยสามารถกลับมาคุกคาม “บก.ตชด.ภาค 4” ใหม่อีกครั้ง

การย้ายทุกครั้งจึงต้องระวังเข้าทำนอง “เตะหมูเข้าปากหมา” หรือถ้าเปรียบอย่างสุภาพก็เหมือนนักฟุตบอลยิงเข้าประตูตัวเอง

การสอบสวนค้นหาความจริงแต่ละครั้งแทนที่จะให้ “ผลบวก” กลับกลายเป็น “ร้าย” ซ้ำซาก !?!!