เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับ นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊สมชาย ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แบ่งหน้าที่การทำงานในการดำเนินคดีสอบสวนขยายผล โดยให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)ทำคดีเรื่องฟอกเงิน ซึ่งเป็นการขยายผลทางคดีต่อ ส่วนตำรวจภูธรจังหวัดระยองทำในส่วนคดีการพนัน ทั้งนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. เข้ารับผิดชอบแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า หลังจากตรวจค้นพบหลักฐานเอกสารต่างๆ หลายรายการที่มีส่วนสำคัญกับการเขื่อมโยงไปถึงคดีการพนันอื่นๆอีก ขณะนี้ บก.ป. เพิ่งเริ่มต้นในการแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ มาวิเคราะห์ว่า หลักฐานส่วนไหนมีความสำคัญบ้าง ต้องขอเวลาทำงานอีกสักพักจึงจะเห็นอะไรมากขึ้น ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า นายสมชาย เป็นบุคคลที่กว้างขวาง มีผู้รู้กฏกมายคอยให้การข่วยเหลือ จึงเป็นธรรมดาที่ตัว นายสมชาย ดูจะไม่ค่อยหวั่นเกรงกับการจับกุมดำเนินคดีในครั้งนี้ ขอให้มั่นใจการทำงานของบก.ป.ว่าหลังจากเข้ามาดูเรื่องฟอกเงินเกี่ยวกับการพนัน จะไม่จบแค่นี้แน่
รองผบก.ป. กล่าวต่อว่า ส่วนทรัพย์สินสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นและยึดไว้เป็นของกลางนั้น ส่วนใหญ่จะพบที่บ้านของนายดำรงค์ แซ่โง้ว น้องชายหลงจู๊ โดยเฉพาะตู้เซฟที่เปิดได้ พบทองรูปพรรณ จำนวนหนึ่ง โฉนดดินหลายแปลง จากการสอบสวนพบเรื่องโฉนดพบว่า หลงจู๊ สมชาย มีการปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้าน โดให้นำโฉนดมาค้ำประกัน แล้วทำหนังสือสัญญา หากไม่มาจ่ายภายใน 6 เดือนมีสิทธิ์ยึดโฉนดที่ดินได้เลย ส่วนจะมีการแจ้งข้อหา นายสมชาย เพิ่มหรือไม่ต้องขอเวลาดูหลักฐานต่างให้ละเอียดก่อน

