นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้ความเห็นชอบประกาศหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ปีงบประมาณ 2560 จะนำเสนอ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.ลงนามประกาศและให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป โดยเน้นให้หน่วยบริการมีความคล่องตัวในการให้บริการผู้ป่วย ลดวิกฤตการเงิน ลดภาระยุ่งยากในการทำงาน และเพิ่มกลไกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สิ่งที่จะปรับปรุง อาทิ งบผู้ป่วยนอก เดิมกันส่วนหนึ่งเพื่อจัดสรรให้หน่วยบริการตามการให้บริการ ปีนี้จะโอนทั้งหมดให้หน่วยบริการ และจะมีการปรับปรุงตัวชี้วัดอื่นเพื่อประเมินการบริการแทน พร้อมทั้งปรับให้ใช้ข้อมูลประชากร ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เป็นตัวแทนการจ่ายทั้งปี ส่วนงบผู้ป่วยในทั่วไป จ่ายลงไปในระดับเขตเป็นรายเดือนตามข้อมูลที่หน่วยบริการส่งให้พิจารณา ขณะที่งบบริการกรณีเฉพาะ ปี 2560 จำกัดวงเงินไม่เกินร้อยละ 12 ของงบเหมาจ่ายรายหัว และลดการจัดสรรกองทุนเฉพาะในส่วนการดูแลเด็กแรกเกิดให้กลับไปอยู่ในงบเหมาจ่ายตามปกติ ส่วนการบริการผ่าตัดตาต้อกระจกพร้อมเลนส์แก้วตาเทียม กำหนดเป้าหมายบริการระดับเขตและเน้นควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ตาบอดจากต้อกระจก การรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน และการบริการผ่าตัดข้อเข่าเทียม เน้นการมีส่วนร่วมของหน่วยบริการทุกสังกัดในการจัดระบบลงทะเบียนรอการผ่าตัด โดยจ่ายให้หน่วยบริการมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับและส่งต่อ สำหรับงบบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของหน่วยบริการในสังกัด สธ.ให้ใช้ข้อมูลประชากร ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 จ่ายงบทั้งปี งบบริการการแพทย์แผนไทย ปรับเพิ่มจาก 10.77 บาท เป็น 11.61 บาทต่อคน” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ทั้งหมดนี้กันงบไว้ไม่เกิน 1,900 ล้านบาท
นอกจากนี้ นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า ยังกันงบไว้ไม่เกิน 7,700 ล้านบาท สำหรับเพิ่มงบเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร เสี่ยงภัย เกาะ และประชากรน้อย ประมาณ 200 แห่ง ส่วนงบการจ่ายตามเกณฑ์คุณภาพผลงานบริการ มีตัวชี้วัดกลางไม่เกิน 10 ตัว และเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 5 ตัว ในระดับเขต ขณะที่งบจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่ส่วนกลาง ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการ สธ.อนุมัติ ดำเนินการผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ยาต้านไวรัสเอดส์ ยากำพร้า ยาต้านพิษ ยาบัญชี จ.2 น้ำยาล้างไต ถุงยางอนามัย และข้อเข่าเทียม ฯลฯ ในส่วนการจัดสรรงบค่าบริการทางการแพทย์ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ให้บริการ ซึ่งกันไว้ 0.10 บาทต่อคน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการ สธ.ประกาศโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

