รวบ ‘เคนลี เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์’ ตุ๋นเหยื่อสารพัดวิธีโกง

12.02.21 | 20:57 น.

รวบ ‘เคนลี เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์’ ตุ๋นเหยื่อสารพัดวิธีโกง

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3,พ.ต.อ.เกรียงไกร รับงาม ผกก.1 บก.สอท.3,พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เคทอง ผกก.2 บก.สอท.2 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 และ กก.สส.บก.น.2 จับกุม นายอธิคุณ โชติธนัสปิติ อายุ 25 ปี หรือเคนลี เทคมีเอ้าท์ ไทยแลนด์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ข้อหาฉ้อโกง เหตุเกิดท้องที่ สน.สุทธิสาร และหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ข้อหา ทุจริต หลอกหลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลความจริง เพื่อเอาทรัพย์สินผู้อื่น และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เหตุเกิดท้องที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 477 ซอยรังสิตนครนายก 27 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังต้มตุ๋นผู้เสียหายหลายรายมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดี โดยมีผู้เสียหายกว่า 10 รายเดินทางมาดูตัว

นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ทำธุรกิจค้าขายหน้ากากอนามัยหนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อต้นเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา หลานสาว อายุ 25 ปีของตนทำงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางรัก รู้จักกับนายอธิคม จากแอพหาคู่ โดยนายอธิคมอ้างว่าสามารถซื้อไอโฟน 12 ได้ในราคาถูกเครื่องละประมาณ 3 หมื่นบาท มีของแถมจำนวนมาก หลานสาวหลงเชื่อโอนเงินไปให้แต่ไม่ได้ของพอทวงถามก็อ้างสารพัดว่ารอลงนามซื้อขายกับหุ้นส่วน 3 คน บัญชีถูกอายัดบ้างหลอกขอเงินเพิ่มเคลียร์ เพื่อนำไอโฟนออกมาให้ก็หลงเชื่อโอนไปช่วยอีกหลายครั้งสูญเงินหลายแสนบาท สุดท้ายหมดข้ออ้างเอาคลิปที่วิดีโอคอลเปลือยของหลานมาแบล็กเมล์จนต้องยอมโอนเงินให้อีกหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท กระทั่งหลานมีอาการผิดสังเกตจึงจี้สอบถามกระทั่งทราบความจริงพาเข้าแจ้งความ

หญิงสาววัย 22 ปี ผู้เสียหายอีกรายเล่าว่าผู้ต้องหาทำทีชักชวนซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 12 ในราคา 3 หมื่นบาท พร้อมของแถมจำนวนมาก ซึ่งถูกกว่าราคาท้องตลาดประกอบกับตัวเองเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นแฟนของรุ่นพี่ที่สนิทกันจึงเชื่อใจสั่งซื้อไป 1 เครื่อง แต่ผ่านมานานเป็นเดือนกลับยังไม่ได้โทรศัพท์ จึงทวงถามก็อ้างว่าเปิดบริษัทเกี่ยวกับเครื่องสำอางก่อนจะประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้บัญชีธนาคารถูกอายัด จึงขอร้องให้ช่วยโอนเงินมาที่ปรับบัญชีอีกหลายสิบครั้งเพื่อเป็นเครดิตให้ธนาคารเชื่อว่าบัญชีมีความเคลื่อนไหว ตนด้วยความที่อยากได้เงินคืนจึงยอมโอนเงินให้  ประกอบกับมีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์มาแจ้งยอดการโอนเงินทุกครั้ง นอกจากนี้ผู้ต้องหาเองยังข่มขู่ว่าหากไม่ยอมโอนเงินมาช่วยตนจะถูกดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารเเละฉ้อโกงไปด้วยจึงยอมโอนเงินเพิ่มไปให้อีกหลายครั้งภายในระยะเวลากว่า 3 เดือนสูญเงินไปร่วม 7 เเสนบาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคุมตัวทำบันทึกจับกุมพร้อมสอบปากคำผู้ต้องหาก่อนดำเนินการตาทขั้นตอนกฎหมาย

Advertisement