กรมควบคุมโรคเผยอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง’เด็กหัวเล็ก’ จากเชื้อ’ไวรัสซิกา’

21.08.16 | 15:39 น.

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหภาพยุโรป ระบุว่า ประเทศไทยมีสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในระดับสีแดง และนับเป็นประเทศที่สถานการณ์น่ากังวลที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า การที่ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยมากกว่าทุกปี และพบมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เนื่องจากมีระบบการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่ดีกว่าหลายประเทศ ทำให้สามารถรายงานตัวเลขผู้ป่วยได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ป่วยเหมือนกันแต่ระบบการรายงานตัวเลขยังไม่มีประสิทธิภาพ

“สถานการณ์โรคของไทยไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ปีนี้ในไทยมีสถานการณ์ที่แตกต่างจากปีก่อนๆ ที่พบเฉลี่ย 1-2 รายต่อปี โดยพบผู้ป่วยมากกว่าทุกปี เป็นผลจากนโยบายในการเฝ้าระวังโรค ที่ให้มีการสอบสวนโรคทุกครั้ง ทุกกรณีที่มีผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยเป็นโรค จะดำเนินการจนครบกระบวนการทางระบาดวิทยา โดยหากมีรายงานผู้ป่วยจะส่งทีมนักระบาดวิทยาลงพื้นที่ทันทีเพื่อตรวจและสอบสวนโรค ที่สำคัญผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก็จะส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเชื้อด้วย แม้ค่าส่งตรวจจะแพงถึง 2,000 บาทต่อราย” นพ.อำนวยกล่าว และว่า กรมควบคุมโรคได้มีการศึกษาย้อนหลัง 5 ปี จากสิ่งส่งตรงของผู้ป่วยซิกาเดิมที่มีการเก็บไว้ในคลัง โดยตั้งสมมุติฐานว่าจะมีผู้ป่วยมากกว่าที่มีรายงาน เพื่อศึกษาดูว่าสถานการณ์ของโรคเป็นอย่างไร สำหรับกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยติดตามหญิงตั้งครรภ์ทุกรายที่อยู่ในพื้นที่พบโรค แต่ยังไม่พบว่ามีการคลอดทารกที่มีศีรษะเล็กจากโรคซิกา แต่มีรายงานพบเด็กศีรษะเล็กซึ่งอาจจะไม่ได้มีสาเหตุจากโรคซิกาเพียงประเด็นเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาความเชื่อมโยงกับโรคซิกา โดยได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้ และร่วมมือกับศูนย์ควบคุม ป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา ศึกษาเจาะลึกเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพิ่มเติมด้วย