โควิดวันนี้ ติดเชื้อใหม่ 143 ราย ดับ 2 ราย เป็นผู้สูงอายุ-มีโรคประจำตัว อาการหนักอีก 7

15.02.21 | 12:06 น.

โควิดวันนี้ ติดเชื้อใหม่ 143 ราย ดับ 2 ราย เป็นผู้สูงอายุ-มีโรคประจำตัว อาการหนักอีก 7

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 143 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 132 ราย แบ่งเป็นระบบเฝ้าระวังและบริการ 64 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 68 ราย กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค (Quarantine) 11 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 24,714 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 22,067 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 13,990 ราย รักษาหายแล้ว 22,883 ราย เหลือรักษาอยู่ 1,749 ราย อาการหนัก 7 ราย แบ่งเป็นอยู่ในโรงพยาบาล (รพ.) 1,112 ราย รพ.สนาม 637 ราย และมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 2 ราย สะสมที่ 82 ราย ส่วนการระบาดรอบใหม่ผู้ติดเชื้อสะสม 20,477 ราย เสียชีวิตสะสม 22 ราย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 81 เพศชาย อายุ 62 ปี อาชีพขายผักที่ จ.อุบลราชธานี โรคประจำตัว คือ เบาหวาน ไต ความดันโลหิตสูง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เริ่มมีอาการไอแห้ง เมื่อวันที่ 8 ม.ค. อาการทรุดลง ไอมากขึ้น มีเสมหะ หายใจหอบเหนื่อย ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ผลเอกซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรง ตรวจพบเชื้อโควิด-19 จึงนำผู้ติดเชื้อเข้าห้องความดันลบ เมื่อวันที่ 10-13 ม.ค. อาการทรุดลงรวดเร็ว และเสียชีวิตในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 9.15 น.

ผู้เสียชีวิตรายที่ 82 เพศชาย อายุ 78 ปี จ.สมุทรสาคร เป็นพ่อบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน เมื่อวันที่ 16-17 ม.ค. ลูกสาวที่มีผลยืนยันการติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ มาเยี่ยมพ่อที่บ้าน รับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อวันที่ 19-20 ม.ค. ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอแห้ง เจ็บคอ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ไอมากขึ้น จึงไป รพ. ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ร่วมกับอาการปอดอักเสบรุนแรง และเนื่องจากเป็นผู้สูงอายุร่วมกับมีโรคประจำตัวมาก ทำให้อาการทรุดลงเร็ว เมื่อวันที่ 30 ม.ค. เหนื่อยหอบมากขึ้น จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ก.พ. อาการแย่ลง ร่วมกับไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเสียชีวิต ในวันที่ 13 ก.พ. เวลา 18.19 น.

Advertisement

“สิ่งที่ย้ำเสมอคือ หลายครั้งลูกหลานที่ไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ ไปเยี่ยมผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ก็จะสามารถนำเชื้อไปแพร่ได้ และเมื่อผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เมื่อรับเชื้อไป อาการจะทรุดลงเร็ว การช่วยเหลือจะเป็นไปอย่างยากลำบาก” พญ.อภิสมัย กล่าว

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ แบ่งเป็นสมุทรสาคร 69 ราย คิดเป็นร้อยละ 52.27 ซึ่งขณะนี้คัดกรองเชิงรุกในโรงงานขนาดใหญ่ไปแล้ว และยังคัดกรองอย่างต่อเนื่องในโรงงานขนาดเล็กและบับเบิ้ลแอนด์ซีล (Bubble and SEAL) ในชุมชนแต่พบตัวเลขลดลง กรุงเทพมหานคร(กทม.) 1 ราย ร้อยละ 0.76 และจังหวัดอื่นๆ 62 ราย ร้อยละ 49.97 อย่างไรก็ตาม วันนี้พบผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 64 ราย จากระบบเฝ้าระวังฯ 68 ราย ตัวเลขเริ่มใกล้เคียงกันแล้ว แต่สถานการณ์ยังขึ้นลงอยู่ตลอด ซึ่งอาจปรากฎในพื้นที่ต่างกัน จำแนกผู้ติดเชื้อใหม่จากระบบเฝ้าระวังฯ พบใน สมุทรสาคร 53 ราย สมุทรสงคราม 1 รายมีความเกี่ยวข้องกับปทุมธานี นครปฐม 8 ราย ชลบุรี 2 ราย ส่วนการคัดกรองเชิงรุก พบใน กทม. 1 ราย สมุทรสาคร 16 และ เพชรบุรี 1 ราย ปทุมธานี 50 ราย ที่มีความเกี่ยวกับการติดเชื้อในตลาด

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ใน กทม. ที่ยังติดตามใกล้ชิด คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจุฬานิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง เบื้องต้นข้อมูล 11 ก.พ. พบผู้สัมผัสใกล้ชิด 862 ราย พบติดเชื้อ 20 ราย คัดกรองในชุมชน 343 ราย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ และยังรอผลอีกกว่าร้อยราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ พบว่า จ.ปทุมธานี ที่เกี่ยวข้องกับตลาดมีผู้ติดเชื้อใหม่ 50 ราย และใน จ.ตาก แม้วันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ แต่ย้อนไปสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พบ 37 ราย วันที่ 13 ก.พ. 52 ราย และวันที่ 14 ก.พ. 7 ราย จึงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สมุทรสงคราม เพชรบุรี สระบุรี นครราชสีมา และนครนายก ยังพบผู้ติดเชื้อที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดใน จ.ปทุมธานี

“ภาพรวมประเทศไทย พบติดเชื้อรายใหม่ 14 จังหวัด จากเดิม 11 จังหวัด ทั้งนี้จังหวัดที่ไม่มีการติดเชื้อยังคงที่ 14 จังหวัด โดยจังหวัดที่พบติดเชื้อใน 3-6 วันมี 1 จังหวัด รวมแล้ว 15 จังหวัดที่เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด” พญ.อภิสมัย กล่าว

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกน้อยลง รายใหม่ 290,079 ราย สะสม 109.38 ล้านราย โดยสหรัฐอเมริกา มีตัวเลขลดลงต่ำที่สุดที่เคยรายงานมา พบรายใหม่ 64,297 ราย สะสม 28.2 ล้านราย เสียชีวิตใหม่ 6,792 ราย สะสม 2.4 ล้านราย ทั้งนี้ยังต้องจับตามองประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี เพราะมีการกลายพันธุ์ของเชื้อ ส่วนทวีปเอเซียประกอบด้วยมาเลเซีย รายใหม่ 2,464 ราย เมียนมา 16 ราย สิงคโปร 14 ราย และเกาหลีใต้ 326 ราย