หน้าแรก ในประเทศ ตชด.ทำปืนลั่น...

ตชด.ทำปืนลั่นใส่วัยรุ่นดับ รู้สึกผิด-เสียใจ ด้านญาติไม่ติดใจ-เชื่อไม่เจตนา วอนหยุดตำหนิคู่กรณี

21.08.16 | 22:48 น.

ทั้ง2ฝ่ายจากกรณี ตชด.ทำปืนลั่นใส่เด็กวัยรุ่น ขณะเข้าสกัดจับจนเป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต1รายที่อำเภอสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่18 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา เปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย วอนหยุดตำหนิคู่กรณี

ล่าสุดครอบครัวของเด็กชายอิคลาส อินทรประเสริฐ ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุดังกล่าวโดยนางกุสุมา โชตินอก มารดาของเด็กชายอิคลาส อินทรประเสริฐ เล่าว่า เด็กชายอิคลาส อินทรประเสริฐ ออกจากโรงเรียนตั้งแต่จบชั้น ป.4 อายุ 10ปี ด้วยความยากจนของครอบครัว บุตรชายจึงมักอยู่กับเพื่อน เที่ยวเตร่ตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่มีความคึกคะนอง บุตรชายอารมณ์ร้อน มีความมั่นใจในตัวเองสูง รักครอบครัวมาก แม้อายุยังน้อย แต่ก็ขยันทำงาน ไปรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ส่วนหนึ่งที่ได้กินได้ใช้ในบ้านก็มาจากอิคลาส ภูมิใจในตัวอิคลาสมากเพราะนึกถึงคนในครอบครัวก่อนตัวเองเสมอ นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะเข้าไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อำเภอแว้งในปีหน้า หลังจาก2ปีนี้ทางครอบครัวไม่มีความพร้อมพอที่จะส่งให้ไปเรียนได้ บุตรชายพูดกับตนเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาจะไปเรียนแน่นอนถ้าไม่ตายเสียก่อน สุดท้ายเขาก็ไม่มีโอกาสไปเรียน ชุดนักเรียนที่เตรียมไว้ให้ก็จะเก็บเป็นสิ่งแทนใจเพื่อให้ระลึกถึงบุตรชายคนนี้ตลอดไป

นางกุสุมาได้เล่าย้อนไปในวันเกิดเหตุ วันที่18ส.ค.59 ช่วงค่ำบุตรชายกลับจากเล่นฟุตซอลได้เดินทางมาหาตนพร้อมเพื่อน เพื่อมาขอข้าวกินที่ร้านซึ่งตนทำงานอยู่ แต่สวนทางกัน บุตรชายจึงบอกกับทางร้านว่าจะออกไปขี่รถจักรยานยนต์เล่นกับเพื่อนแล้วจะกลับมาใหม่ หลังจากนั้นไม่นานก็มีโทรศัพท์มาแจ้งว่าบุตรชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก คิดอย่างเดียวตำรวจฆ่าบุตรชายทำไม ทั้งครอบครัวที่มีเหลืออยู่อีก6คนต่างเสียขวัญและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โชคดีที่นายสันติสุข อินทรประเสริฐ ผู้เป็นลุงของอิคลาสมาช่วยจัดการเรื่องงานศพให้ และได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก และ พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก มาใช้ในการจัดงานศพ เพราะทั้งครอบครัวมีเงินติดตัวรวมกันไม่ถึง200บาท

หลังจากผ่านเหตุการณ์วันนั้นและได้ดูคลิปที่เกิดเหตุ แม้จะไม่ได้เห็นภาพชัดเจนนัก ทั้งที่ยังเสียใจอยู่มาก แต่ก็พยายามคิดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็คงไม่ตั้งใจ และไม่เจตนาที่จะให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียแบบนี้ขึ้น เพราะตัวเขาเองก็ต้องหมดอนาคตในชีวิตราชการ ซึ่งความสูญเสียครั้งนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์ของทุกคน ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องดูแลใส่ใจบุตรหลานของตัวเองให้มากกว่านี้ อย่าให้เหมือนตนเองที่ต่างก็มุ่งจะทำงานหาเงินจนปล่อยปละละเลยที่จะดูแลลูกให้ใกล้ชิดจนลูกติดเพื่อนและใช้ชีวิตอย่างประมาทจนเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้อาวุธ และการปฏิบัติหน้าที่ให้มากกว่านี้ไม่อยากให้ครอบครัวอื่นต้องพบกับความสูญเสียแบบครอบครัวของตนเอง

ด้านนางสาวทัศนัน อินทรประเสริฐ อายุ 17ปี พี่สาวที่สนิทกับอิคลาสมากที่สุด กล่าวว่า เสียใจมากที่น้องชายจากไปเร็วเกินไป น้องชายชอบแทนตัวว่าหนู ชอบเข้ามากอดตนและรักครอบครัว บ้านของเราไม่ค่อยได้อยู่กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะต่างคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน ตนเองหลังเลิกเรียนก็ไปช่วยงานที่ร้านของผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือครอบครัว พ่อแม่ก็ไปทำงาน พี่ชายมีครอบครัวก็แยกออกไป น้องอีก2คนก็เรียนหนังสือ อาหารที่บ้านของเรา ทุกมื้อจะมีแกง1ถุง กับข้าวสวย1หม้อ มีอาหารมื้อพิเศษอยู่ไม่กี่ครั้ง ล่าสุดคือวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ที่ได้ซื้อปลาทับทิมกับปลาซาบะมาย่างกิน อิคลาสบอกดีใจที่จะได้กินข้าวพร้อมหน้ากัน รีบเร่งให้เรียกทุกคนกลับบ้านเพื่อมากินข้าวด้วยกัน วันนั้นทุกคนกินข้าวและพูดคุยกันอย่างมีความสุข ซึ่งถือว่าเป็นอาหารมื้อพิเศษที่ทุกคนมาอยู่ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งต่อไปคงไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว

แต่ถึงแม้จะเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกมุมหนึ่งก็อยากฝากไปถึงสังคมออนไลน์ที่มีการพูดถึงประเด็นนี้พร้อมตำหนิและว่ากล่าวรุนแรง โดยเฉพาะกับ ส.ต.ท.ณัฐพล พอใจ ผู้ก่อเหตุ ในนามของครอบครัวของอิคลาสซึ่งเป็นผู้สูญเสีย อยากขอให้ทุกคนใจเย็นๆ มีสติในการรับรู้ข่าวสารมากกว่านี้ นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง เพราะเชื่อว่าตำรวจคนหนึ่งกว่าจะสอบเข้ามาเป็นตำรวจไม่ใช่เรื่องง่าย เขาไม่รู้จักและไม่เคยโกรธแค้นกับน้องอิคลาส เขาจะตั้งใจยิงอิคลาสจนเสียชีวิตทำไม เพราะเกิดเหตุขึ้นเขาเองก็ต้องหมดอนาคตด้วยเช่นกัน

Advertisement

“ทั้งนี้อยากให้ย้อนไปถึงเหตุที่เกิด ถ้าวันนั้นรถที่น้องกับเพื่อนขับขี่มา ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่นที่คงไม่ต่างกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป ซึ่งถ้าย้อนเวลาไป แล้วเด็กทั้ง2 คนยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจก็จะไม่มีความสูญเสียใดๆเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วก็ต้องยอมรับกับชะตากรรม แล้วไปติดตามเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับครอบครัวของทั้ง2ฝ่ายมากกว่าจะไปกล่าวหาตำหนิ หรือวิพากษ์วิจารณ์ ตชด.คนดังกล่าวจนไม่เหลือพื้นที่ให้ยืนในสังคม เพราะทุกคนมีโอกาสทำผิดพลาดกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เจตนาที่จะก่อเหตุก็ต้องเข้าใจเขาด้วย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจเกิดสถานการณ์ความไม่สงบได้ตลอดเวลา ที่เขาทำก็เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยไม่รู้ว่าคนที่ถูกสั่งให้สกัดจับเป็นใครและมีอาวุธหรือไม่”

ส่วนผลกระทบหลังจากสูญเสียน้องอิคลาส นางกุสุมา โชตินอกผู้เป็นมารดา กล่าวว่า น้องอิคลาสเสียสละยอมที่จะออกจากโรงเรียนมาทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัว เพื่อให้พี่สาวและน้องอีก2คนได้เรียนหนังสือ เมื่ออิคลาสจากไป ภาระส่วนหนึ่งก็จะตกมาที่นางสาวทัศนัน อินทรประเสริฐ ผู้เป็นพี่สาวของอิคลาส ที่อาจจะต้องพักการเรียนไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เพราะลำพังพ่อแม่ที่ทำงานรับจ้างมีรายได้ไม่แน่นอน วันไหนมีคนจ้างก็มีเงิน200-300บาทต่อวัน แต่วันไหนไม่มีใครจ้างก็ไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายภายในบ้าน บางครั้งก็ต้องขอจากทัศนันผู้เป็นบุตรสาว ที่พอจะมีรายได้เป็นค่าขนมจากการไปช่วยงานที่ร้านของผู้มีพระคุณ ซึ่งก็คือนางบีบีปฏิมา อีรัศคาน และนายเซลด บินยาฮายา ที่ให้บ้านพักอาศัยและช่วยเหลือครอบครัว ที่ผ่านมา รู้สึกเจ็บปวดใจมากที่ไม่สามารถดูแลลูกให้ดีกว่านี้ ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ยากจนมาก อิคลาสอยากเป็นทหารอากาศ ก็ไม่มีแม้แต่ความหวังที่จะได้มีอนาคตแบบนั้นเพราะมันหมดไปตั้งแต่ออกจากโรงเรียนด้วยวัย10ขวบ ส่วนทัศนันที่เป็นอีกหนึ่งความหวังของครอบครัวที่อยากเรียนต่อและอยากรับราชการ เพื่อมาดูแลพ่อแม่ ความไฝ่ฝันนั้นก็อาจจะหมดไปด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีเงินเพียงพอที่จะให้เขาได้เรียนต่อจนจบมัธยมศึกษาปีที่6นี้หรือไม่ เนื่องจากมีน้องอีก2คนที่ยังเรียนหนังสือ

ทางด้านคู่กรณี คือ ส.ต.ท.ณัฐพล พอใจ ผบ.หมู่ กก.ตชด.22 ก็ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

“ผมได้รับแจ้งทางวิทยุให้สกัดจับบุคคล ซึ่งมีการเตือนให้ระวังด้วย จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะมีการวิทยุสกัดจับมาตั้งแต่วัดชลเฉลิมเขต มาทางโรงเรียนเทศบาล4 จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ผมเห็นว่าเป็นเด็กวัยรุ่นเมื่อผมวิ่งเข้าไปในระยะประชิดแล้ว มือผมถือปืน แต่ไม่ได้เล็งไปหาวัยรุ่นทั้ง2คน เพียงแต่ในจังหวะแบบนั้นต้องพยายามระงับเหตุให้ได้ แฮนด์รถมีเกี่ยวที่มือจนเป็นรอย จังหวะนั้นเองทำให้ปืนลั่นใส่น้อง ซึ่งมีการตรวจพิสูจน์ไปแล้ว ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเหตุผลรู้สึกผิดและเสียใจที่เกิดเรื่องนี้จนทำให้น้องอิคลาส เสียชีวิต”

“ผมขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะยิงน้องเลย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ และทราบว่าน้องเป็นเด็ก ผมคงไม่เตรียมอาวุธไว้ แต่ในสถานการณ์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวินาทีคือความเสี่ยง หากมีพฤติกรรมต้องสงสัยและเหตุผิดปกติทุกคนก็ต้องพร้อมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากให้เข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผมด้วย ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิตและผมก็พร้อมยอมรับการการพิจารณาตามกระบวนการทางกฏหมายทุกประการ”

ส.ต.ท.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ตนคนเดียวที่เสียใจ เพราะยังมีพ่อ และแม่ รวมทั้งน้องชายอีก1คนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ทุกคนในครอบครัวและญาติพี่น้องยังตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ก็ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ครอบครัวผมก็เป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจนพ่อแม่ต้องทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำและผมก็เป็นความหวังเดียวของครอบครัว เนื่องจากเป็นเพียงคนเดียวที่ได้บรรจุเข้ารับราชการซึ่งกว่าจะสอบบรรจุเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ผมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพะเยา บรรจุเข้าเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่สกลนคร และได้สมัครเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วสองปีเพราะอยากเห็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาสงบสุข แต่ไม่คิดว่าเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองจะทำให้เด็กคนหนึ่งต้องพัดพรากจากอ้อมกอดของครอบครัว ผมอยากบอกน้องอิคลาสและครอบครัวว่าผมเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา