‘บิ๊กเด่น’ เผยเร่งติดตามตัวแม่เสี่ยโป้ ชี้โพสต์เฟซบุ๊กทำลายความชอบธรรม ยันตำรวจทำงานรอบคอบมีพยานหลักฐานแน่น
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีเครือข่ายเว็บพนันกาแล็กซีออนไลน์ที่ถูกออกหมายจับยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ว่าอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ ในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพยายามติดตามตัวให้ได้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานสักระยะ ซึ่งทั้ง 31 ผู้ต้องหาตามหมายจับ สามารถติดตามจับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 20 หมาย เหลืออีก 11 หมายจับ ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว ซึ่งมีหนึ่งคนเป็นคนสำคัญในเครือข่ายนี้คือ นางบานเย็น ชาญนรา อายุ 47 ปี มารดาของนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว
ส่วนกรณีที่นางบางเย็นออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินคดีพร้อมวิจารณ์การทำงานของตำรวจว่าไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายนั้น ทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ถือเป็นการทำลายความชอบธรรมที่ตำรวจไปจับกุม แต่ตำรวจยังยืนยันว่าตำรวจทำงานด้วยความรอบคอบ ซึ่งใช้เวลาสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับทั้ง 31 หมาย ทั้งนี้ มั่นใจในพยานหลักฐานของทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้ง 31 หมาย เป็นในลักษณะการทำงานร่วมกัน แบ่งงานกันทำ ทั้งการเล่นการพนัน การชักชวน รวมถึงการสมคบกันฟอกเงิน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าตำรวจมีหลักฐานอะไรที่เชื่อมโยงไปยังนางบานเย็นว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า มีแน่นอน หากไม่มีพยานหลักฐานคงไม่สามารถออกหมายจับได้ และถือว่าเป็นตัวการสำคัญที่ออกมาดิสเครดิตแสดงว่าเขาก็ต้องร้อนตัว
ส่วนการติดตามแหล่งที่มาของผู้โพสต์เฟซบุ๊ก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ในเรื่องนี้เป็นความลับในการสืบสวน ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน เพราะจะทำให้ติดตามตัวผู้ต้องหาได้ยาก พร้อมยืนยันว่าตำรวจให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ยกตัวอย่างในวันเข้าจับกุมนายเสี่ยโป้ ที่บ้านพักในซอยเพชรเกษม 44 การเข้าตรวจค้นจับกุมในวันนั้นได้พบพ่อของนายเสี่ยโป้ด้วย แต่เมื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน และไม่ทำงานโดยพลการ เพราะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ
เมื่อถามถึงกรณีการตรวจสอบถิ่นที่อยู่ของผู้ต้องหาที่หลบหนี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ถ้าตำรวจมั่นใจก็ต้องดำเนินการออกหมายค้น แต่ขอเวลาและตรวจสอบความชัดเจนก่อน หากไปอยู่ต่างประเทศตามขั้นตอนจะต้องดูว่าการเข้าเมืองถูกต้องไหม หากเข้าเมืองไม่ถูกต้องก็จะผิดในกฎหมายต่างประเทศ จากนั้นจะดำเนินการประสานตามขั้นตอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สืบสวนให้ชัดเจนถึงถิ่นที่อยู่ในปัจจุบันอยู่ในสถานที่ไหนแน่ ซึ่งเป็นไปได้ว่ายังอยู่ในประเทศไทย หรือตามแนวตะเข็บชายแดน จริงๆ ตำรวจก็อยากให้มามอบตัว แต่เมื่อหลบหนีก็ต้องติดตามจับกุมตัว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 11 คน ไม่ใช่ระดับตัวการ เหลือแม่เสี่ยโป้เพียงคนเดียวที่เป็นตัวการสำคัญ
ส่วนกรณีที่นายเสี่ยโป้เคยออกมาพูดผ่านสื่อว่าได้ร่วมธุรกิจกับนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊ นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ประสานกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้ง 2 คนแล้ว ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานฟอกเงิน ในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบของ ปปง. นอกจากนี้ยืนยันอีกด้วยว่ากรณีการจับกุมนายเสี่ยโป้ ตำรวจได้ติดตามดำเนินการมานานหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่ช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน 2563 ทั้งนี้ การจับกุมนายเสี่ยโป้และนายสมชายไม่ได้เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาล ในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

