สธ.ยืนยัน ฉีดวัคซีนได้เดือนละ 10 ล้านโดส ยันวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าปลอดภัย
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ รัฐสภา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แถลงข่าวชี้แจงกรณีการจัดหาวัคซีนป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สำหรับประเทศไทย
กางแผนฉีดวัคซีน 3 ระยะ
นพ.โอภาส กล่าวว่า การฉีดวัคซีนแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 วัคซีนมีจำกัด ขณะนี้เป็นวัคซีนเชื้อตาย ของซิโนแวค 2 ล้านโดส เราวางแผนว่าจะฉีดใน 1.บุคคลเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวเรื้อรัง
2.พื้นที่เสี่ยง เพราะเป็นวัคซีนนอกแผนเดิม ที่กำหนดว่าจะฉีดในเดือนมิ.ย.จากแอสตราฯ คือ สมุทรสาคร กทม.และปริมณฑล อาทิ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และ
3.กลุ่มอาชีพเสี่ยง คือ บุคลากรสาธารณสุข การทำงานท่องเที่ยว อาชีพที่พบคนหมู่มาก อาชีพที่เดินทางระหว่างประเทศ
ระยะที่ 2 มีวัคซีนมากขึ้น และระยะที่ 3 มีวัคซีนกว้างขวาง โดยท่านนายกฯ เร่งรัดมาตลอดว่าให้รวดเร็วที่สุด ทางปลัดสธ. จึงตั้งเป้าหมายว่า เมี่อมีวัคซีนอย่างเพียงพอ ในระยะที่ 2 และ 3 เราจะฉีดให้กับคนไทย 10 ล้านโดสต่อเดือน โดยนับตั้งแต่ มิ.ย. เป็นต้นไป ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. อภิปรายในสภา ซึ่งเป็นสิ่งที่ สธ. ทำได้
อย่างไรก็ตาม เรื่องวัคซีนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น การได้ผล การกลายพันธุ์ของไวรัส ฉะนั้น แผนของเราต้องมีความยืดหยุ่น ปรับได้แต่โดยหลักการจะไม่เปลี่ยนจากเดิมมาก

ฉีดได้ 10 ล้านคนต่อวัน
นพ.โอภาส กล่าวว่า แผนการฉีด 10 ล้านโดสต่อเดือน สร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ ดังนี้ โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป จำนวน 150 แห่ง ฉีดได้ประมาณ 200 คนต่อวัน เฉลี่ยวันละ 30,000 คน โรงพยาบาลชุมชนอีกประมาณ 900 แห่ง ฉีดได้ 100 คนต่อวัน เท่ากับ 90,000 คน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 8,000 แห่ง ฉีดได้ 20 วันต่อวัน เท่ากับ 160,000 คน ซึ่งรวมกันแล้วจะได้ประมาณ 300,000 คนต่อวัน
นอกนี้ยังมี โรงพบาลเอกชน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และอื่นๆ ประมาณ 150 แห่ง ฉีดได้ 200 คน เท่ากับ 30,000 คนต่อวัน ฉะนั้น ภาพรวมจะฉีดได้ 10 ล้านคนต่อวัน
ยืนยัน วัคซีนแอสตราเซเนก้า ปลอดภัย
นพ.โอภาส กล่าวว่า นอกจากนี้ สธ. ได้เตรียมระบบการติดตามหลังฉีดวัคซีน โดยหลังฉีดทันที จะต้องนั่งดูอาการ เป็นเวลา 30 นาที ต่อจากนั้นเมื่อกลับบ้าน ก็จะติดตามต่ออีก 1 เดือน เพื่อสังเกตอาการผิดปกติ ส่วนการชดเชยความเจ็บป่วยหลังฉีดที่รุนแรง เช่น เข้าโรงพยาบาล เสียชีวิต ซึ่งวัคซีนจากแอสตราฯ ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องวัคซีน แต่ระบบของเราจะชดเชยจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ตามมาตรา 41 ซึ่งผ่านมติกรรมการแล้ว

นพ.นคร กล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุ ว่า เป็นเรื่องของการอ้างอิงข้อมูล ว่าอ้างมาจากแหล่งใด แต่ที่เราจะอ้างอิงคือ องค์การอนามัยโลก (Who) แนะนำว่าวัคซีนแอสตราฯ เหมาะสมให้ใช้ในผู้อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป บางประเทศที่ไม่ใช้ก็เป็นส่วนของแต่ละประเทศ
สิ่งที่เราต้องยึดคือหน่วยงานกลาง ที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกไว้ เขามีความเห็นอย่างไร ซึ่งยังยืนยันว่า วัคซีนแอสตราฯ ใช้ในผู้อายุมากกว่า 65 ปีได้
“ต้องเรียนเพื่อให้ประชาชนไม่เกิดความกังวลใจ ว่าวัคซีนที่จองมาตั้งเยอะ และเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ จะใช้ไม่ได้ ดังนั้นข้อความที่อาจจะค้นหา หรือรวบรวมมา ก็จำเป็นต้องรวบรวมให้รอบคอบ หากหยิบมาบางส่วนก็เหมือนตาบอดคลำช้าง ก็จะรู้เพียงบางส่วน
ดังนั้นต้องเก็บข้อมูลให้รอบคอบ เช่นเดียวกับประเด็นราคาวัคซีน ซึ่งราคาวัคซีนแอสตราฯ ที่อ้างอิงในเว็บไซต์ยูนิเซฟและอียู เป็นราคาที่ไม่รวมเงินสนับสนุนการวิจัยที่อียู ให้การสนับสนุนไปก่อนหน้า ซึ่งแอสตราฯ ถือว่าเป็นราคาบางส่วนของวัคซีน ดังนั้น ราคาที่กำหนดขายให้อียู จึงเป็นส่วนที่เหลือ ที่นอกเหนือจากเงินสนับสนุนการวิจัย” นพ.นคร กล่าว


