รวบพ่อลูกเล่นใหญ่ ปลอมหมายศาล อ้างชื่ออสส.กุถูกอายัด293 ล้าน ตุ๋นอดีตตำรวจสูญ 6 ล้าน

18.02.21 | 15:42 น.

รวบพ่อลูกเล่นใหญ่ปลอมหมายศาล อ้างชื่ออสส. สร้างสตอรี่ถูกอายัดเงินสด 293 ล้าน ทองคำ ตุ๋นอดีตตำรวจสูญ 6 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พร้อม พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.,เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ร่วมแถลงผลการจับกุมสองพ่อลูก คือนายรังสรรค์ หรือ เสี่ยอ็อด เจียรละม่อม อายุ 59 ปี นายสุวิทย์ เจียรละม่อม อายุ 30 ปี บุตรชาย ตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมและใช้ซึ่งดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมือง ขององค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมทั้งคู่ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ ได้หลอกเอาเงินจากอดีตตำรวจที่ปัจจุบันประกอบอาชีพช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และกลุ่มเพื่อนรวม 6 คน โดยสร้างเรื่องว่าได้รับเงินสด 293 ล้านบาท และทองคำแท่งหนัก 5 กิโลกรัม มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกดำเนินคดีและถูกอายัดไว้เป็นของกลางเนื่องจากนำเงินเข้ามาในประเทศเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนศาลอาญาจะมีคำพิพากษายกฟ้อง กำลังจะได้รับเงินเหล่านี้คืน แต่ติดว่าต้องมีค่าใช้จ่ายดำเนินการ จึงอยากขอความช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเสนอว่า หากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดจะแบ่งทรัพย์สินประมาณร้อยละ 10 ของเงินสดที่ถูกอายัด และแถมทองคำแท่งให้อีก 1 กิโลกรัม พร้อมกับเอกสารเป็นหมายศาลที่ร่วมกันทำปลอมขึ้นมาแสดงให้ผู้เสียหายดู ซึ่งในหมายศาลดังกล่าวระบุชื่อของทนายเดชา เป็นผู้ดำเนินการขอคืนทรัพย์สิน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมให้เงินแก่ผู้ต้องหาทั้งเงินสด และโอนเข้าบัญชี

พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวว่า หลังกลุ่มผู้ต้องหาได้เงินไปส่วนหนึ่ง ยังคงวางแผนสร้างเรื่องเพื่อหลอกเอาเงินต่อ โดยอ้างว่าขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ มีความคืบหน้า แต่ติดขัดบางอย่าง เช่น ค่ารถตู้ขนทองคำจากดีเอสไอ เป็นเงิน 200,000 บาท, ค่าดำเนินการของเจ้าหน้าที่, ค่าธรรมเนียม ปปง. และสรรพากร อีกหลายอย่าง กลุ่มผู้เสียหายจึงต้องยอมจ่ายเงินให้ตามที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนร้องขอ ครั้งละหลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาท ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 รวมกว่า 300 ครั้ง เป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท กระทั่งปลายปี 2563 กลุ่มผู้เสียหายเริ่มเอะใจ เลยนำหมายศาลที่ผู้ต้องหาทั้งสองนำมาแอบอ้าง ไปตรวจสอบก่อนพบว่าเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้นมา จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนนำเรื่องเข้าแจ้งความกับ กก.4 บก.ป. จนมีการออกหมายจับ และนำไปสู่การจับกุมตัวได้ดังกล่าว

Advertisement

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ โดยนายรังสรรค์ หรือ เสี่ยอ็อด ผู้เป็นพ่อนั้นมีอาชีพขับรถสิบล้อ ส่วนนายสุวิทย์ บุตรชาย นั้นหลังจากเรียนจบปริญญาตรี ก็ได้มาประกอบอาชีพขายชิ้นส่วนอะไหล่รถออนไลน์ แต่เนื่องจากทั้งคู่ติดเล่นพนันฟุตบอล จึงนำเอกสารหมายศาลปลอมที่จ้างเพื่อนทำขึ้น มากุเรื่องก่อเหตุหลอกลวงเงินดังกล่าว

นายเดชา กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่ให้ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเอกสารหมายศาลที่ทำปลอมขึ้นมาค่อนข้างเหมือนจริง ทั้งโลโก้ศาลยุติธรรม รวมถึงมีการระบุชื่อของอัยการสูงสุด ชื่อของตนเอง ซึ่งเป็นทนายความ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ แม้กระทั่งผู้เสียหายเองที่เป็นอดีตตำรวจยังต้องหลงเชื่อ ขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างเพื่อขอยืมเงิน หรือให้ร่วมลงทุนต่างๆ เช่น การดำเนินการในการขอรับทรัพย์สินที่ถูกจับกุม หรือถูกอายัด จากหน่วยงานของรัฐ แม้จะมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงก็ตาม หากพบเห็นหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารของทางราชการ สามารถสอบถามไปยังหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงได้โดยตรง