ศปอส.ตร.ร่วมสืบนครบาล รวบหนุ่มคดีฉ้อโกงอื้อ ออกอุบายใช้เฟซปลอมรวมหัวพวก หลอกขายของแบรนด์เนม ประวัติโชกโชน เสียหายหลายแสนบาท
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ ธัยยามาตร์ สว.กก.สส.4 ร่วมกันนำกำลังจับกุมนายเฉลิมพล หันจรัส อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” ได้ที่ลานจอดรถตลาดมะลิ ต.ท่าใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ภายหลังมีผู้เสียหาย 2 ราย แจ้งความที่ สน.ปทุมวัน ว่าประมาณเมื่อปลายปี 2563 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Settapol Mongko” ขายกระเป๋าแบรนด์เนมโดยวิดีโอคอลพูดคุยเพื่อแสดงว่ามีสินค้าจริง เมื่อลูกค้าโอนเงินให้แล้ว กลับไม่ส่งสินค้าให้ จึงมาแจ้งความให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อมาตำรวจชุด ศปอส.ตร.และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายเฉลิมพล หันจรัส จึงรวบรวมหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมได้
สอบสวนนายเฉลิมพลให้การรับสารภาพว่า ตนกับนายอัฑฒคุณ หรือกอล์ฟ สุวรรณาอัฑฒ์ ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง และนายธนพล หรือฟาร์ม อิ่มอรชร ได้ร่วมกันปลอมเฟซบุ๊กเป็นบุคคลอื่นหลายชื่อ และใช้ร่วมกัน เช่น “Settapol Mongkol” , “Boyboys Porter” , “Maxx Strixx”, “William Hornman” , “Pee Thanin” , “Jimmy Stark” เพื่อหลอกขายสินค้าแบรนด์เนม โดยจะใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวติดต่อซื้ออะไหล่รถยนต์เพื่อเอาเลขบัญชีมาให้เหยื่อรายแรกที่จะซื้อกระเป๋าโอนไปให้ จากนั้นเมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขายอะไหล่รถ ผู้ขายอะไหล่จะเข้าใจว่าชำระค่าสินค้าแล้ว ถึงจะส่งอะไหล่ไปให้ แต่เหยื่อที่ซื้อกระเป๋ากลับไม่ได้รับสินค้า
ต่อมาผู้เสียหายรายที่ 2 ติดต่อซื้อกระเป๋ากับเฟซปลอมของนายอัฑฒคุณ ซึ่งได้ใช้วิธีการเดิมจนผู้เสียหายรายที่ 2 หลงเชื่อ และนายเฉลิมพลยังหลอกซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 12 โปรแมกซ์ จากผู้ประกาศขายโทรศัพท์ทางเฟซบุ๊กอีกราย ก่อนจะให้ผู้เสียหายรายที่ 2 โอนเงินค่ากระเป๋าไปยังบัญชีของผู้ประกาศขายสินค้าอะไหล่รถครั้งแรกอีกครั้ง เป็นเงิน 30,000 บาท แล้วนายเฉลิมพลจะทำทีแจ้งผู้ขายอะไหล่รถว่าโอนเงินผิดบัญชีไป 30,000 บาท ให้ผู้ประกาศขายสินค้าอะไหล่รถโอนเงินคืนให้ แต่นายเฉลิมพลกลับหลอกให้โอนไปยังบัญชีของผู้ประกาศขายโทรศัพท์ เพื่อหลอกว่าได้ชำระค่าโทรศัพท์แล้ว
นายเฉลิมพลให้การด้วยว่า ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ 4 แสนบาทให้กับนายอัฑฒคุณ เนื่องจากรู้จักกันขณะนายเฉลิมพลไปเที่ยวที่ฮ่องกง และเคยร่วมกันทำธุรกิจค้าขายที่ จ.เชียงใหม่ แต่นายเฉลิมพลเคยถูกตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ จับกุมกรณีมียาเสพติดไว้ในครอบครอง จนถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลาหลายปี ซึ่งนายอัฑฒคุณได้ช่วยประกันตัวนายเฉลิมพลไว้ จึงได้ร่วมกันกระทำผิดเพื่อชดใช้หนี้
จากการตรวจสอบประวัติคดีเพิ่มเติมพบว่า นายเฉลิมพลยังมีคดีฉ้อโกงอยู่อีกหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายรวมหลายแสนบาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม ก่อนขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ส่วนนายอัฑฒคุณพบว่ามีหมายจับติดตัวอยู่ 16 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับฉ้อโกง



