ผบก.ภูเก็ต สั่งสอบกรณี ผบก.เพชรบุรี โพสต์สถานบันเทิงเปิดเพลงเสียงดังยันตี 4
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ จากกรณี พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมคลิปวิดีโอสถานบันเทิง หลังวัดแสนสุข อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 3 คลิป เปิดบริการจนถึงตี 4 หลังกลับไปบ้าน บอกสงสัยคราวหน้ากลับบ้านเอากำลังมาด้วย โดยหลังจากที่โพสต์มีการแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณย่านสถานบันเทิงดังกล่าว พบว่ามีประมาณ 3 ร้าน อยู่ใกล้กันทั้ง 3 ร้าน ตั้งอยู่ภายในซอยหลิมซุ่ยจู้ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต และจากการสอบถามร้านในละแวกดังกล่าว อาทิ ร้านส้มตำบันเทิง ซึ่งมีภาพป้ายชื่อร้านติดอยู่ในคลิปวิดีโอนั้น ได้ชี้แจงว่า ทางร้านมีการแสดงดนตรีสดแต่ทางร้านกำหนดเวลาถึงประมาณเที่ยงคืนเท่านั้น เมื่อเล่นดนตรีสดเสร็จทางร้านก็จะเปิดเสียงเพลงเบาๆ จนถึงประมาณตีสองและทางร้านก็จะปิดให้บริการ ส่วนอีก 2 ร้านยังไม่มีพนักงานมาทำงานแต่อย่างใด
พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กวดขันจับกุมกลุ่มสถานประกอบการที่เปิดให้บริการลักษณะคล้ายกับสถานบริการแบบนี้มาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สถานบันเทิงเฉพาะพื้นที่ ใจกลางเมืองภูเก็ต เท่านั้นที่พอจะมีนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทยอยู่บ้าง ทำให้ผู้ประกอบการลักษณะสถานบันเทิงจากที่ต่างๆ เปลี่ยนที่หมายมาในเมืองภูเก็ต ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้ ได้สั่งให้ สภ.เมืองภูเก็ต กวดขันอย่าให้มีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น
และเมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 128/2564 เพื่อให้ปิดตามเวลาที่กำหนด จากการตรวจสอบพบว่าร้านในบริเวณดังกล่าว ได้มีการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดภูเก็ตเรื่องมาตรการควบคุม เฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า
อย่างไรต้องขอขอบคุณผู้โพสต์ และสื่อมวลชน ที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับกรณีนี้ จะได้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านและ พล.ต.ต.ภรศักดิ์ พิทักษ์ศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นประธานและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หากพบเป็นความบกพร่องของผู้ใด จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ทั้งนี้ ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้ฝากไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงในลักษณะเช่นนี้ ให้ดำเนินกิจการอยู่ภายใต้กฎหมาย กรณีพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำจะต้องถูกดำเนินคดีฟ้องเพิ่มโทษ รวมถึงสถานบันเทิงที่ปรากฏตามข่าวนี้ ซึ่งเคยถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วในครั้งนี้หากตรวจสอบและพบว่ามีการกระทำความผิดอีกก็จะฟ้องเพิ่มโทษ

