เช็กที่นี่ 13จังหวัดฉีดวัคซีนโควิดล็อตแรก 2 แสนโดส

24.02.21 | 16:18 น.

เช็กที่นี่ 13จังหวัดฉีดวัคซีนโควิดล็อตแรก 2 แสนโดส


ถึงไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากสาธารณรัฐประชาชนจีนล็อตแรก 2 แสนโดส ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นำทีมร่วมพิธีรับที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงสายวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในวันเดียวกันยังมีวัคซีน”แอสตราเซเนกา”อีก 170,000 โดสส่งมาอีก

ในส่วนของแผนการฉีดนั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) แถลงเมื่อวันที่ 23กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า วัคซีนจำนวน 200,000 โดสแรกได้รับจะฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่ควบคุม และ พื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม รวม 13 จังหวัดนำร่อง วัคซีน ได้แก่ สมุทรสาคร กทม.(ฝั่งตะวันตก) ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ตาก (อ.แม่สอด) นครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (อ.เกาะสมุย) เชียงใหม่

สำหรับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ในการฉีดวัคซีนโควิด ที่จะได้รับวัคซีนล็อตแรก ประกอบด้วย 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน 2.บุคคลที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

Advertisement

ทั้งนี้นายอนุทิน กว่าวว่าเป้าหมายการฉีดวัคซีน ระยะแรก เดือน มีนาคม-พฤษภาคม จำนวน 2 ล้านโดส จะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมใน 18 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร (ฝั่งตะวันตก) ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ตาก (อ.แม่สอด) นครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) เชียงใหม่ กระบี่ ระยอง จันทรบุรี ตราด และเพชรบุรี

โดยฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้า อสม. บุคลากรด่านหน้า เจ้าหน้าที่ที่สัมผัสผู้ป่วย ประชาชนทั่วไป และแรงงานที่มีอายุ 18-59 ปี เน้นผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ ทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน โดยให้แพทย์ประเมินและคัดเลือกจากฐานข้อมูลการเข้ารักษาในโรงพยาบาล