เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวในงานเสวนาระหว่างผู้ให้บริการทางด้านสุขภาพแก่คนข้ามเพศกับผู้นำชุมชนคนข้ามเพศ ว่า สภากาชาดไทยได้เปิดศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนข้ามเพศโดยเฉพาะ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ยังมีปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอชไอวี เอชพีวี หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส หูด เป็นต้น แต่ยังไม่มีสถานพยาบาลใดที่ให้บริการและดูแลในระยะยาว แต่ศูนย์สุขภาพฯ แห่งนี้ จะให้บริการแบบครบวงจร ทั้งบริการตรวจคัดกรอง รักษา และป้องกันโรค
“ยกตัวอย่าง การวัดระดับฮอร์โมน การฉีดฮอร์โมน การตรวจค่าการทำงานของตับ ไต บริการตรวจโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ การตรวจคัดกรองระยะก่อนมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด และช่องคลอดใหม่ในกลุ่มชายแปลงเพศเป็นหญิง รวมถึงโรคที่จะเกิดขึ้นหลังจากการแปลงเพศ โดยในช่วง 8 เดือน มีผู้เข้ารับบริการแล้วกว่า 400 คน” พญ.นิตยา กล่าวและว่า ปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มคนข้ามเพศ หากเป็นชายข้ามเพศหรือแปลงเพศเป็นหญิง จะมีปัญหาเรื่องการดูแลตนเองหลังผ่าตัดไม่ดีพอ เช่น มีไหมตกค้าง หรือมีขนขึ้นด้านใน ทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นแผล หรือช่องคลอดใหม่ตีบตัน รวมถึงพบโรคหูดในช่องคลอดใหม่ เพราะเนื้อเยื่อช่องคลอดใหม่ทำมาจากหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ซึ่งเพศชายทุกคนจะมีเชื้อไวรัสเอชพีวีอยู่แล้ว ซึ่งจากการตรวจอาสาสมัคร 10 ราย พบว่า ร้อยละ 20 มีเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดก่อมะเร็ง
พญ.นิตยา กล่าวอีกว่า อีกปัญหาหนึ่งที่พบมากในกลุ่มเพศทางเลือก คือ พบว่ามีการใช้ฮอร์โมนมากถึงร้อยละ 90 บางคนใช้ฮอร์โมนเกินขนาด บางคนใช้เข็มฉีดร่วมกัน ศูนย์จึงให้บริการฉีดฮอร์โมนแก่คนข้ามเพศด้วย นอกจากนี้ ยังมีบริการฉีดโบท็อกซ์เสริมความงามด้วย เนื่องจากพบว่าสาวประเภทสองติดเชื้อเอชไอวีจากการเสริมความงามกับหมอเถื่อน และในอนาคตอาจจะขยายบริการฉีดฟิลเลอร์และให้มีจิตแพทย์ดูแลร่วมด้วย

