“บิ๊กต๊อก” เผย นักโทษที่ตกเป็น “แพะ” สามารถยื่นเรื่องผ่าน “กรมคุก” ได้ ยันขั้นตอนที่ล่าช้าไม่ใช่กระทรวงยุติธรรม แต่เป็นเพราะไม่มีพยานหลักฐานใหม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงข้อซักถามกรณีประเด็นการร้องเรียนของผู้ต้องขังที่ตกเป็นแพะว่าจะมีนโยบายในการช่วยเหลืออย่างไร และความล่าช้าที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ ว่าการรื้อฟื้นคดีอาญาเรามี พ.ร.บ.ค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 อยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ก็สามารถที่จะรื้อฟื้นคำสั่งศาลฎีกาได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีพยานหลักฐานใหม่ อีกทั้ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ออกมาหลายปีแล้ว และก็มีอยู่ 1 คดีที่เป็นบทเรียนให้กับ ยธ. และศาลยุติธรรมก็น้อมรับและรื้อเรื่องนี้ได้สำเร็จมาแล้ว โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวก็ได้รับการยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ตนถึงเรียนว่า หากพูดถึงแพะนั่นหมายความว่าเขาเป็นผู้ต้องหาและนำไปสู่การเป็นผู้ต้องขังใช่หรือไม่ ถ้าเราพูดถึงแพะ เขาก็ต้องอยู่ในเรือนจำอยู่แล้ว ซึ่งก็อยู่ในส่วนของกรมราชทัณฑ์
พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า ได้ให้กรมราชทัณฑ์ประกาศกับผู้ต้องขังเสมอว่าถ้าใครคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้มายื่นคำร้องเรื่องนี้ผ่านกรมราชทัณฑ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นจะต้องได้รับการพิสูจน์ เพราะต้องดูด้วยว่าท่านมีเรื่องใหม่ เรื่องที่เป็นประจักษ์พยานที่ใหม่กว่าเรื่องที่เคยเบิกความ หรือที่เคยทำในระบบสอบสวนหรือไม่ จนกระทั่งศาลยุติธรรมได้ตัดสินหรือไม่ ซึ่งมันจำเป็นต้องมี ซึ่งเราอาจจะใช้ความรู้สึกว่าเขาเป็นแพะ แต่ในกระบวนการยุติธรรมมันต้องใช้หลักฐาน เราจึงต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมด้วย ส่วนความล่าช้าที่ถามนั้น ตนต้องขอถามว่าอะไรคือความล่าช้า ซึ่งตนจึงบอกว่าหากคนที่อยู่กับเราเป็นแพะ ดังนั้น แพะพวกนี้ก็ในกรมราชทัณฑ์ ถ้าเขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้ยื่นเรื่องมาที่กรมราชทัณฑ์ได้ จากนั้น ทางกรมก็จะยื่นเรื่องมาที่ ยธ. และทางเราก็จะทำได้เลย
รมว.ยุติธรรมกล่าวอีกว่า ทั้งที่ผ่านมาขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก โดยญาติจะต้องไปยื่นเรื่องตามโรงพัก ซึ่งตอนนี้มันไม่ใช่ ตัวของแพะเองสามารถยื่นเรื่องได้เองเลย มันก็ต้องตัดขั้นตอนไปมากแล้ว แต่ว่าขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องทำให้ชัดเจนว่าเรื่องที่ยื่นมาจริงหรือไม่จริงนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเรา เพราะ ยธ.ได้ทำแค่ว่าเมื่อเขายื่นมาที่ ยธ. เราก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเร็วที่สุดแล้ว แต่หน้าที่ที่จะไปเดินให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งอัยการ ศาล มันไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปสั่งเขาได้ ดังนั้น ผู้ที่ยื่นเรื่องจะต้องไปหาพยานหลักฐานใหม่มาคัดค้านหรือแย้งกับคำตัดสินเอง แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือในส่วนที่เราเกี่ยวข้องและสามารถทำได้เราก็จะทำให้ แต่อย่าลืมว่าการหาพยานต่างๆ มันก็ไม่ง่าย ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ที่ล่าช้าเพราะคนที่ยื่นเรื่องอาจจะหาพยานหลักฐานใหม่ไม่ได้ ดังนั้น ความล่าช้าที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่กระทรวงยุติธรรมแน่นอน

