โฆษกตร.แจง หนังสือรับโอน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถึง ตร.แล้ว รอ ‘สำนักงานกำลังพล’ ประมวลเรื่อง ชงผบ.ตร.
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) กล่าวถึงการดำเนินการรับโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) กลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับหนังสือลงนามโดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเทียบโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ หลังจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ตัดโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) โดยขณะนี้สำนักงานกำลังพลอยู่ระหว่างการประมวลเรื่องเสนอผู้บังบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อกลั่นกรองก่อนเสนอ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พิจารณาสั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้อง คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นเมื่อใด และจะสามารถดำเนินการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ในวาระเดือนเมษายน หรือไม่ ส่วนเรื่องเหตุผลความจำเป็นในการเทียบโอน ตามหนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพียงว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชา มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง เห็นควรให้มีการตัดโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ โดยไม่ได้ให้เหตุผลใดเป็นพิเศษ
“สถานะของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ขณะนี้ถือว่ามีการตัดโอนมาแล้ว ตามหนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 หนังสือมาถึง ตร.เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 แต่ยังมีกระบวนการทางธุรการ เป็นเรื่องทางเทคนิคกำลังพล ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ยืนยันว่ากรณีนี้เป็นระบบการบริหารราชการตามปกติ ที่มีการโอนย้ายข้ามหน่วยงาน เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของข้าราชการทั้งหมดอยู่แล้ว มีอำนาจที่จะดำเนินการให้การทำงานของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”โฆษก ตร.กล่าว
พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยมีวาระกำหนดตำแหน่งระดับ ผบช. 4 ตำแหน่ง และผบก. 4 ตำแหน่ง ซึ่งในการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ผ่านมาได้ส่งเรื่องกลับมาให้ ตร.นำไปกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งที่เปิดใหม่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ ตามวาระยังไม่มีการพูดคุยเรื่อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการกำหนดตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.เพื่อรองรับการเทียบโอนนั้น ตนยังไม่เห็นวาระดังกล่าว แต่หากมีก็จะชี้แจงให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนว่าจะมีการรับโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาดำรงตำแหน่งใด จะต้องมีการกำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ตรงนี้ต้องรอให้สำนักงานกำลังพลประมวลเรื่อง เสนอผู้บังคับบัญชา ตนยังไม่สามารถตอบได้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร จะต้องมีการกำหนดตำแหน่งขึ้นมาใหม่ หรือจะชดเชยจากตำแหน่งที่มีอยู่เดิม ส่วนเมื่อรับโอนกลับมาแล้ว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะดำรงตำแหน่งระดับ ผบช. หรือตำแหน่งที่สูงขึ้นตรงนี้อยู่ระหว่างการประมวลของสำนักงานกำลังพล ยังไม่สามารถตอบได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเทียบตำแหน่ง มีระเบียบของ ก.พ.อยู่แล้ว ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นข้าราชพลเรือนสามัญ ตำแหน่งนักบริหารระดับสูง ตามหลักแล้วเมื่อโอนย้ายกลับมา ตำแหน่งที่ได้รับก็ต้องไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม
ส่วนเรื่องการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นั้น โฆษก ตร. กล่าวว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รับราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี การตั้งกรรมการ หรือการตรวจสอบอื่นใด เกี่ยวกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี กระบวนการต่อจากนั้นยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ หลังจากนี้คงจะต้องมีการประสานกับสำนักนายกรัฐมนตรี ว่ามีเรื่องใดบ้างที่ดำเนินการแล้ว หรือยังไม่แล้วเสร็จ และจะให้ ตร.ดำเนินการอย่างไร คงต้องรอการประสานงานก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า การโอนย้ายกลับมาของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูง ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจหรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 4 ประกอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเทียบตำแหน่งของ ก.พ. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สามารถโอนย้ายกลับมาในตำแหน่งเทียบชั้นยศ พล.ต.ท. ได้ทั้งตำแหน่งระดับเดิม ผบช. เท่าตอนถูกโอนย้ายไป หรือขยับสูงขึ้น เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ซึ่งอำนาจในการพิจารณารับโอน เป็นของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.โดยพิจารณาจากอัตราเงินเดือน ประสบการณ์ ความเหมาะสม กฎหมาย และตำแหน่งที่ว่างอยู่
ขณะเดียวกันมีข่าวแจ้งว่าในวันที่ 12 มีนาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยมีวาระกำหนดตำแหน่งระดับ ผบช. 4 ตำแหน่งและผบก. 4 ตำแหน่ง เพื่อทำหน้าที่บริหารและขับเคลื่อนงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตร. คาดว่าในสัปดาห์ถัดไปจะมีการประชุม ก.ตร.เพื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพล วาระเดือนเมษายน โดยอาจจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ในคราวนี้ด้วย ดังนั้นหากมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.หรือเทียบเท่าว่างลงก็เป็นช่องทางที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะโอนย้ายกลับมาได้ ในตำแหน่งระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือเข้าสู่ตำแหน่งระดับ ผบช.

