จุติ มอบหนังสืออนุญาตใช้ที่ดินแก่กลุ่มชาติพันธุ์ “โอรังอัสลี” จ.ยะลา ยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

11.03.21 | 16:53 น.

จุติ มอบหนังสืออนุญาตใช้ที่ดินแก่กลุ่มชาติพันธุ์ “โอรังอัสลี” จ.ยะลา ยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า หนึ่งในภารกิจ พม.คือการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ สำหรับกลุ่มโอรังอัสลี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม ที่อาศัยอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองเบตง ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวง พม. ปัจจุบันมีจำนวน 58 คน ประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกินและไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ จึงได้บูรณาการกับ ศอ.บต. กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน

รมว.พม. กล่าวอีกว่า โดยตนได้มอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองเบตง จำนวน 30 ไร่ ให้กับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อให้กลุ่มโอรังอัสลีได้มีที่ดินทำกิน พร้อมทั้งมอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด อีกทั้งนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มอบบัตรประจำตัวประชาชน และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า จะเห็นว่ามีความคืบหน้าในการดูแลช่วยเหลือกลุ่มโอรังอัสลี จากที่เคยได้บัตรประจำตัวประชาชนชั่วคราว วันนี้ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และจากที่ไม่มีที่ดินทำกิน วันนี้ได้มีที่ดินทำกิน รวมทั้งมีจิตอาสาและสวัสดิการของรัฐที่เข้าถึงได้ นับเป็นเรื่องที่ทำเพื่อกลุ่มชาติพันธ์ดังกล่าว และเราขอยืนยันว่าไม่ว่าจะมีประชากรจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม เจตจำนงของรัฐบาลคือเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกทั้งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยกลุ่มโอรังอัสลี ซึ่งเราจะดูแลให้มีอนาคต มีศักดิ์ศรี และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีอาชีพเป็นของตนเอง

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีการมอบบัตรประจำตัวอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และใบประกาศแก่บัณฑิตอาสาแกนนำอำเภอ จำนวน 44 อำเภอๆ ละ 1 คน รวมทั้งมีการมอบอุปกรณ์การเรียน และเงินสงเคราะห์เป็นทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนตาดีกา จำนวน 2 แห่งๆ ละ 20 ทุน  ได้แก่ ศูนย์การเรียนประจำมัสยิดตาดีกา มิฟ ตัล ฮูล ญัน นะห์ บ้านเบ้อเส้ง มีเด็กจำนวน 120 คน และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) อิส ตี กอ มะฮ์ มีเด็กจำนวน 80 คน และมีการมอบชุดอุปกรณ์ประกอบอาชีพทำขนมและทุนประกอบอาชีพแก่แม่เลี้ยงเดี่ยว มูลค่า 30,000 บาท

Advertisement