อัยการเลือก 8 ก.อ.”สุวิช”ผงาดอันดับ1 “นารี-ศักดา-พรชัย”เข้าวินฉลุย สายบำนาญได้ “กายสิทธิ์-ธนพิชญ์” ส่งนบุคคลภายนอก”เฉลิมพล-กำชัย”ได้รับเลือก รองโฆษกอัยการเผยครั้งนี้อัยการตื่นตัวใช้สิทธิ 87.8เปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 64 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ ทางสำนักงานอัยการสูงสุด โดยคณะกรรมการนับคะเเนนได้มีการนับคะเเนนการเลือกคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยเเบ่งเป็น3 ประเภท ประกอบด้วย
1.ก.อ.ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไปมีผู้เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือก 12 คน (เอา4คน)
2.ประเภท ก.อ.ผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญมีผู้เสนอตัว3คน (เอา2คน)
- ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือด้านการบริหารจัดการ(ก.อ.คนนอก)มีผู้เสนอตัว8คน(เอา2คน)
โดยนาย ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะคณะกรรมการนับคะเเนนเปิดเผยว่าวันนี้ มีการเปิดหีบนับคะเเนนในวันนี้ตั้งเเต่เวลา 09.30 น.เเละนับคะเเนนเสร็จสิ้นเวลา 19.00 น. ปรากฏผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิอย่างไม่เป็นทางการดังนี้
1.กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิมาตรา 18 (4) (ก) ข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป (ตามลำดับคะเเนน)
1.นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการปกครองเพชรบุรี 2,104 คะเเนน
2.น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย 1,537 คะเเนน
3.นายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานปกครองภูเก็ต 1,378 คะเเนน
4.นายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1,336 คะเเนน
2..กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิมาตรา 18 (4) (ข) ผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญตามกฎหมายฯ
1.นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา 2,120 คะแนน
2.นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2,005 คะเเนน
3.กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิมาตรา 18 (5) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณด้านการพัฒนาองค์กรหรือด้านการบริหารจัดการ
1.นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ1,928 คะเเนน
2.ศ.ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 853 คะเเนน
นายประยุทธ กล่าวต่อว่าสำหรับบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มีการส่งออกไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3,688 คน เป็นบัตรกลับมา 3,214 ใบ คิดเป็น87.6% เป็นบัตรดี 3,178 ใบ บัตรเสียบางส่วน 12 ใบ เเบะบัตรเสียเเบบใช้ไม่ได้เลย 24 ใบ นับว่ามีผู้ใช้สิทธิจำนวนมากนับเป็นการตื่นตัวของอัยการทั่วประเทศมาก โดย ก.อ.ชุดนี้จะมีวาระในการดำรงตำเเหน่ง 2 ปีเเละดำรงตำเเหน่งได้1 สมัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการที่มีการเเก้ไขใหม่ มาตรา 18 กำหนดให้คณะกรรมการอัยการ(ก.อ)มีจำนวน 15 คนประกอบด้วย ประธาน ก.อ. ปัจจุบันคือนายอรรถพล ใหญ่สว่าง (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) โดยมีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ. ส่วน ก.อ.ประกอบด้วย รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน โดยตำเเหน่ง เเละกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน ซึ่งมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย ประกอบด้วย อัยการชั้น 5 ขึ้นไปจำนวน 4 คน อัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน รวมเป็น 6 คน นอกจากนี้ยังมี กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) รวมเป็น 15 คน
โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ. ซึ่งกรรมการ ก.อ. ทั้ง 15 คนจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาความเหมาะสมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการอัยการที่กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการพิจารณาออกระเบียบบริหารงานบุคคลอัตรากำลังข้าราชการฝ่ายอัยการ


