ครม. เห็นชอบ บูรณาการแก้กัดเซาะชายฝั่ง ย้ำต้องทำอย่างยั่งยืน

13.03.21 | 14:56 น.

ครม. เห็นชอบ บูรณาการแก้กัดเซาะชายฝั่ง ย้ำต้องทำอย่างยั่งยืน 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า  ได้กล่าวไว้หลายครั้งเกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย ซึ่งก็เป็นปัญหาเรื้อรังต่อเนื่องตามมาหลายปี ทราบดีว่าหลายหน่วยงานพยายามเร่งรัดช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอีกกว่า 92 กิโลเมตร จากความยาวชายฝั่งทะเลทั้งสิ้นกว่า 3,151 กิโลเมตร และส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเดิม ที่ไม่ได้ศึกษาผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง


“ผมได้หารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการโครงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้หลักการเดียวกัน โดยคำนึงถึงผลกระทบภายหลังการดำเนินการต่อพื้นที่ข้างเคียงและชุมชนโดยรอบด้วย ซึ่งได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) หาแนวทางการบูรณาการการแก้ไขปัญหา จนได้จัดทำหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบและให้เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบ ต่อไป”นายวราวุธ กล่าว

Advertisement

 

รัฐมนตรีทส.กล่าวว่า ซึ่งในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้ชี้แจงต่อครม.ถึงความจำเป็นในการบูรณาการโครงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของทุกหน่วยงาน ก่อนที่สำนักงบประมาณจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทั้งนี้ ครม.ได้เห็นชอบและมอบให้สำนักงบประมาณใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณด้วย

“กระทรวง ทส. เข้าใจในความตั้งใจและความหวังดีที่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงาน พยายามช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน แต่อยากฝากให้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากดำเนินการด้วย หากช่วยเหลือพื้นที่หนึ่ง แต่ต้องตามแก้ไขให้อีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ปัญหาก็จะไม่สิ้นสุด การแก้ไขปัญหาต้องแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จและยั่งยืน อย่าให้เป็นการแก้ไขอย่างไม่รู้จบ ซึ่งไม่คุ้มกับการสูญเสียทั้งทรัพยากรธรรมชาติและงบประมาณ” นายวราวุธ กล่าว

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวว่า สาเหตุปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคาร ท่าเรือ รวมถึง การก่อสร้างโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่ไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพื้นที่ข้างเคียง ด้วยเหตุนี้  ทช. ได้เชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างทางวิศวกรรม นักธรณีวิทยา เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการจัดการระบบกลุ่มหาด  โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่มหาดหลัก 44 ระบบกลุ่มหาด 318 หาด ซึ่งจะยึดตามลักษณะของหาดและธรณีสัณฐาน สำหรับหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้ว ทาง ทช. จะได้แจ้งเวียนจังหวัดและหน่วยงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบและเสนอโครงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาให้ ทช. เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเลพิจารณา ต่อไป  สำหรับโครงการที่จะเสนอขอสนับสนุนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่เสนอเข้ารับการพิจารณา จำนวน 64 โครงการ และผ่านเกณฑ์การพิจารณา ทั้งสิ้น 17 โครงการ