อนุทิน เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 แอสตร้าฯ นายก-ครม. ประเดิมยกทีม 16 มี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์แล้วว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า มีความปลอดภัย ปัญหาลิ่มเลือดอุดตันไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่อย่างใด ดังนั้นในวันที่ 16 มีนาคมนี้ จะเดินหน้าฉีดวัคซีนทั่วประเทศตามแผน โดยจะดำเนินการฉีดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มี ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการฉีดให้กับนายกฯ และ ศ.นพ.ยง ก็จะฉีดวัคซีนนี้ด้วย
ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุที่ต้องไปฉีดวัคซีนที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากเกรงว่า หากให้ไปที่สถาบันบําราศนราดูร จะเป็นการรบกวนประชาชน เนื่องจาก ครม.ที่เดินทางไปจะต้องมีทีมผู้ติดตามเข้ามาอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การดูแลจะใช้ห้องรับรอง 1 แห่ง สำหรับสังเกตอาการ พร้อมเตรียมอะดรีนาลีน พร้อมอุปกรณ์การช่วยชีวิตเอาไว้รองรับ ขณะเดียวกัน ก็มีรถพยาบาลฉุกเฉินไว้รองรับ และจัดให้โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถีเป็นสถานพยาบาลรับส่งต่อด้วย
“การฉีดวัคซีนอยากเป็นการดำเนินการตามปกติ ผมไม่อยากจะพูดว่าใครจะฉีดก่อน หรือท่านนายกฯ จะเป็นคนฉีดวัคซีนเป็นคนแรกหรือไม่ เพราะถ้าเกิดถึงตอนเช้าท่านนายกฯ มีอาการไอ เจ็บ คอ หรือไม่สบาย อาจจะฉีดไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าท่านไม่ได้ฉีดแล้ววัคซีนจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งไม่มี และที่ผ่านมาท่านนายกฯ ก็แสดงเจตจำนงว่าจะฉีดมาตลอด เพราะฉะนั้น พรุ่งนี้ก็ฉีดตามปกติพร้อมกันในกลุ่มเป้าหมาย” นายอนุทิน กล่าวและว่า ขอให้ประชาชนเชื่อในคณะกรรมการที่ได้จัดหาวัคซีนมา
นายอนุทิน กล่าวว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นับว่าเป็นงานช้างยิ่งกว่าช้าง เพราะมีการฉีดในจำนวนมากหลายสิบล้านโดส ซึ่งไม่เคยฉีดมากขนาดนี้มาก่อนในประเทศไทย ดังนั้น ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่สุด
“วันนี้ เรามีวัคซีนถือว่าเพียงพอ เป็นของซิโนแวคที่จะเข้ามาอีก 8 แสนโดส รวมถึงของแอสตร้าฯ อีก 117,300 โดส อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ ไม่ได้นอกจากนี้ ระหว่างนี้ ทางรัฐบาลก็พยายามเจรจาอีก 5 ล้านโดส กับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนทุกรายที่มีความเหมาะสม รับได้ และจะสามารถนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยในช่วง 2-3 เดือนนี้ และคาดว่าในส่วนของภาคเอกชนนั้น ในอีกไม่กี่เดือนก็น่าจะมีวัคซีนเข้ามามากขึ้น เมื่อประเทศต้นทางผู้ผลิตวัคซีนมีการผ่อนคลาย หรือผ่อนคลายการใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมให้ความร่วมมือในการพิจารณานำเข้ามาอยู่แล้ว” นายอนุทิน กล่าว
ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ อย. กล่าวถึงความคืบหน้าบริษัทเอกชนยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ขณะนี้ ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ยื่นเอกสารเข้ามาครบหมดแล้ว จะพิจารณาตัดสินภายในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนบริษัท บารัต ไบโอเทค ของประเทศอินเดีย ขณะนี้ยังส่งเอกสารมาไม่ครบ เหลือเอกสารทางคลินิก และและด้านคุณภาพบางส่วน ซึ่งทราบว่าอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้แทนบริษัท คิน เจน ไบโอเทค จำกัด ได้เข้ามาหารือกับ อย.เรื่องการยื่นขออนุญาตนำเข้าวัคซีนสปุตนิก 5 แต่ยังไม่ได้ยื่นเอกสารเข้ามาแต่อย่างใด ส่วนโมเดอร์นาที่เคยมีข่าวว่าจะไปยื่นเอกสารที่ อย. จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ไปยื่นแต่อย่างใด

