กระจกเงาพาแม่เด็กหาย10ปีตรวจดีเอ็นเอ เทียบเบาะแส เผยทุกคนมีความหวังรอกลับสู่อ้อมอก

25.08.16 | 14:08 น.

เมื่อเวลา11.00 น. วันที่25 สิงหาคม นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์คนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ นางโสรยา ด่านเกื้อกูล มารดาของ ด.ช.ชัยภาษ ด่านเกื้อกูล หรือน้องเท็น นางสุรีรัตน์ บัวนาค มารดาของด.ช.นฤดล เยื้อนหนูวงศ์ หรือน้องโอ๊ต และนางมลฑา ศิริทัย มารดาของด.ญ.เบญรัตน์ วงษ์ประจันต์ หรือ น้องพลอย เข้าพบ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พูดคุยข้อมูลและตรวจดีเอ็นเอ ของผู้ปกครองทั้ง3ราย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามลูกที่หายไปนานกว่า10ปี

นายเอกลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้พาครอบครัวเด็กหายทั้ง 3 ครอบครัวที่หายจากบ้านไปนานเกิน10ปี มาตรวจสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ เก็บไว้ จะทำให้สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเบาะแสที่อาจได้รับมาในอนาคต เพราะเด็กที่หายไปนานเกิน10ปี จะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป และอาจจดจำเรื่องราวของครอบครัวไม่ได้ เพราะหายออกจากบ้านไปตั้งแต่ยังเด็ก ฉะนั้นการเก็บดีเอ็นเอของพ่อแม่คือแนวทางที่สามารถตามหาคนหายได้ ทั้งนี้ สถิติเด็กหายย้อนหลังของมูลนิธิกระจกเงา ในปี 2558 มีเด็กหายทั้งสิ้น 592 ราย เป็นเด็กชาย 155 ราย เป็นเด็กหญิง 437 ราย ส่วนในปี 2559 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนกรกฏาคม ที่ผ่านมา รับแจ้งเด็กหายรวม 264 ราย แบ่งเป็นเด็กชาย 67 ราย และเด็กหญิง 197 ราย
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า การเก็บดีเอ็นเอของพ่อแม่จะเป็นประโยชน์กับการตามบุคคลหาย ที่ผ่านมาสถาบันนิติเวชตรวจดีเอ็นของญาติผู้ปกครองเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลกว่า1,000ราย ภายใต้ โครงการ “THAILAND DNA-PROKIDS PROJECT” หรือ ดีเอ็นเอโปรคิดส์ จึงกลายเป็นอีกความหวังที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ที่สูญหายออกจากบ้าน ด้วยโครงการใช้หลักฐานการตรวจทางพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ) มาระบุตัวบุคคลและความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว นับเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานตำรวจกระบวนการยุติธรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเครือข่ายมาสนับสนุนข้อมูล และการสืบค้นหาบุคคลที่อาจต้องอยู่ในอันตรายจากขบวนการค้ามนุษย์

“ดีเอ็นเอโปรคิดส์ เป็นโครงการระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ ด้วยการเก็บสารพันธุกรรมของญาติสายตรงที่มาแจ้งว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้สูญหาย อาจถูกลักพาตัวหรือล่อลวงไป เช่น พ่อ แม่ มาแจ้งความว่าบุตรหาย จะตรวจสารพันธุกรรมของพ่อ แม่ แล้วเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมไว้ในระบบฐานข้อมูล จากนั้นเมื่อพบเด็กที่ไม่ทราบตัวบุคคลชัดเจน สงสัยว่าถูกลักพาตัวหรือล่อลวงไป จะตรวจสารพันธุกรรมของเด็ก จากนั้นบันทึกข้อมูลสารพันธุกรรมลงไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูล โปรแกรมตรวจสอบจะประมวลผลว่าตรงกับสารพันธุกรรมของผู้ปกครองที่เก็บไว้ในระบบหรือไม่ หากพบจะรายงานผลว่าเป็นสายสัมพันธ์ผู้ใด หากยังไม่พบจะยังเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลเพื่อรอให้โปรแกรมตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อาจมีการแจ้งเพิ่มเติมเข้ามาในภายหลัง อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ปกครองที่บุตรหาย สามารถมาเก็บดีเอ็นเอไว้เป็นฐานข้อมูลได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แต่แนะนำว่าควรไปแจ้งความคนหายไว้ก่อน” พล.ต.ต.พรชัย กล่าว

ด้านนางโสรยา ด่านเกื้อกูล มารดาของด.ช.ชัยภาษ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2549 นับได้เกือบ10 ปี กล่าวว่า ทุกวันนี้นับวันรอลูกกลับบ้าน ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันตามหาเด็กหาย หวังว่าจะมีคนทราบเบาะแสและติดต่อกลับมา เชื่อว่าลูกยังมีชีวิตอยู่และมีความหวังได้ลูกคืน

ส่วนนางสุรีรัตน์ บัวนาค มารดาของด.ช.นฤดล กล่าวว่า ลูกชายหายออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากบ้านพักย่านอ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม2545 รวมระยะเวลาที่หายไปนานกว่า 14 ปี จนถึงตอนนี้ลูกชายจะมีอายุ 21 ปีเต็มแล้ว ยังไม่เคยมีเบาะแสที่ชัดเจนเกี่ยวกับลูกชายเลยจนถึงทุกวันนี้ หวังว่าวันหนึ่งจะได้เบาะแสของลูก เพราะรอการกลับมาของลูกอยู่ทุกวัน

Advertisement

ขณะที่ นางมลฑา ศิริทัย มารดาของด.ญ.เบญรัตน์ กล่าวว่า ลูกสาวหายตัวไปจากตลาดนัดคลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2549 ตอนนั้นอายุเพียง 4 ขวบ จนถึงตอนนี้ เป็นเวลา 10 ปีเต็มที่ รอคอยการกลับมาของลูก อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนติดตามหาลูกสาว และฝากคนในสังคมหากใครอุปการะไว้ ขอให้ติดต่อกลับมาที่มูลนิธิกระจกเงา หมายเลข 0807752673

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร ทำหน้าที่ สเกตช์ภาพจำลองใบหน้าเทียบเท่าอายุปัจจุบันของเด็กที่หายไป หรือ AGE PROGRESSION กล่าวว่า การสเกตช์ภาพจำลองของเด็กหายเป็นกระบวนการที่นำมาช่วยทำภาพเปรียบเทียบเด็กที่หายไปนาน ว่า เมื่อโตขึ้นจะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาแบบใด เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนช่วยกันสังเกต ปัจจุบันมีการทำภาพจำลองเด็กหายแล้ว 5 ราย