เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก. 1 บก.ป.นำกำลังจับกุมนางนุชรี ปาร์ค อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” จับกุมได้ใน ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 12 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ภายหลังเมื่อปี 2556 กรมการกงสุลไทย ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติดบาห์เรน ได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยในคดียาเสพติด ได้ที่กรุงมานามา และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ได้ตรวจสอบเอกสารของกลุ่มคนไทยดังกล่าว พบว่าหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวประชาชนของนางนุชรี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม น่าเชื่อว่าเป็นเอกสารปลอม เนื่องจากภาพใบหน้าบุคคลที่ปรากฏในหนังสือเดินทางดังกล่าว มีใบหน้าคล้ายกับนางนุชรี กรมการกงสุลไทย จึงตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางในระบบ พบว่าข้อมูลในหนังสือเดินทางที่ผู้ต้องหานำมาแสดงนั้น ไม่ตรงกับข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลหนังสือเดินทาง และจากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนไปยังกรมการปกครอง ยังพบอีกว่า ผู้ต้องหาได้ปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชนขึ้นมา โดยใช้ชื่อ-สกุลของผู้อื่น กรมการกงสุล จึงแจ้งความดำเนินคดีต่อกองบังคับการปราบปราม ต่อมา ตำรวจกองบังคับการปราบปรามสืบสวนจนทราบว่า นางสาวนุชรี ได้เปิดร้านนวดอยู่ที่ประเทศบาห์เรน เพื่อจัดหาหญิงไทยไปค้าบริการที่ประเทศบาห์เรน และนางนุชรีจะเดินทางเข้าออกประเทศไทย เพื่อมาชักชวนหญิงไทยไปค้าประเวณีอยู่เป็นประจำ โดยทำมานานกว่า 10 ปี จนได้ฉายาจากกลุ่มผู้หญิงไทยที่เดินทางไปขายบริการที่ประเทศบาห์เรนว่า “เจ้าแม่บาห์เรน” กระทั่งชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหนีมาพักอาศัยอยู่บริเวณ ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 12 จึงลงพื้นที่จับกุมได้ดังกล่าว สอบสวนเจ้าตัวให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีต่อไป

