ตลาดพรพัฒน์โมเดลคุมโควิด-19 สธ.เผยไทยได้วัคซีนแล้ว 50,388 คน ขอ ปชช.มั่นใจ
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่าวันนี้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าที่ทำเนียบรัฐบาลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจารย์แพทย์ รวม 18 คน ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้าเราได้ชะลอการฉีดวัคซีนเพื่อรอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากประเทศอื่นๆ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน จึงกลับมาฉีดตามปกติ ทั้งนี้ อาจารย์แพทย์ 5 คนที่ได้รับวัคซีน ประกอบด้วย ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นพ.โสภณ เมฆธน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา และ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา
นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า วัคซีนแอสตร้าฯมีความปลอดภัย โดยได้รับการยืนยันว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนสามารถทนต่ออาการไม่พึงประสงค์ได้ดี มีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยต่อโรคโควิด-19 หลังจากได้รับเข็มที่ 1 ไปแล้ว 22 วัน จะมีประสิทธิผล ร้อยละ 76 ยาวนานอย่างน้อย 90 วัน โดยเมื่อฉีดเข็มที่ 2 ห่างออกไป 12 สัปดาห์ จะมีประสิทธิผลสูงถึงร้อยละ 81.39 และพบว่าผลการทดลองทางคลินิกการวิจัยในมนุษย์เปรียบเทียบข้อมูลผู้ที่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ได้รับสารเลียนแบบวัคซีน ยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ป้องกันอาการรุนแรง อาการที่ต้องเข้าโรงพยาบาล (รพ.) และเสียชีวิตได้ 100%
“นอกจากนี้ ยังมีผลศึกษาเพิ่มเติมหลังจากใช้ในภาวะฉุกเฉิน พบว่า ประเทศอังกฤษ ฉีดในผู้อายุเกิน 80 ปีขึ้นไป สามารถลดอัตราการป่วยที่ต้องเข้า รพ.มากถึงร้อยละ 80 จึงขอย้ำอีกครั้งว่าการที่ประเทศไทยได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทแอสตร้าฯเป็นการเลือกของบริษัทตามมาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพ โดยประธานบริษัทแอสตร้าฯ ประเทศไทย กล่าวถึงการฉีดวัคซีนเข็มแรกในประเทศไทยว่าเป็นก้าวสำคัญ เป็นความร่วมมือ โดยไทยมีคณะกรรมการพิจาณาเรื่องวัคซีน ฉะนั้น การเลือกวัคซีนต้องปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ในระบบสุขภาพที่ต้องเข้มแข็งต่อไป บริษัทไม่ได้หวังค้ากำไร แต่หวังให้ครอบคลุมนานาประเทศให้มากที่สุด เราได้เลือกบริษัทที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ประโยชน์ต่อประเทศเรา เป็นข่าวดีที่ทำให้คนมั่นใจยิ่งขึ้น และมีรอยยิ้มมากขึ้น” นพ.เฉวตสรรกล่าว
นพ.เฉวตสรรกล่าวถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประเทศไทย ว่าข้อมูลเฉพาะวันที่ 15 มีนาคม ฉีด 3,790 ราย รวมสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-วันที่ 15 มีนาคม รวม 50,388 ราย แบ่งเป็น บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 29,634 ราย เจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อ 10,281 ราย ผู้มีโรคประจำตัว 2,640 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 7,833 ราย
“อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ประเทศไทยฉีดวัคซีนถึงร้อยละ 50 ของจำนวนวัคซีนแล้ว และในวันนี้อยู่ที่ร้อยละ 54 โดยจังหวัดที่ฉีดวัคซีนได้ 100% ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และที่ใกล้จะครบคือ นนทบุรี ปทุมธานี ส่วนกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าฉีดในโซนตะวันตก และกำลังเร่งมือฉีดให้ถึงร้อยละ 20 อย่างไรก็ตาม การจัดระบบบริการวัคซีนเป็นมาตรฐาน มีความปลอดภัย” นพ.เฉวตสรรกล่าว
นอกจากนี้ นพ.เฉวตสรรกล่าวถึงการประชุมของกรมควบคุมโรคเกี่ยวกับการควบคุมโรคเขตเมือง ว่าในที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินงานการตรวจเชิงรุกของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) ได้ทำการตรวจเชื้อเชิงรุกร่วมกับหลายๆ หน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2563-วันที่ 15 มีนาคม 2564 โดยได้มีการค้นหาเชิงรุกในเขตต่างๆ มีการคัดกรองสะสมไปแล้ว 16,107 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 222 ราย ทั้งนี้ เมื่อแบ่งตามพื้นที่ที่มีการดำเนินงานค้นหาเชิงรุก อาทิ เขตบางขุนเทียน 876 ราย เขตดินแดง 819 ราย และเขตบางแค 1,504 ราย และเมื่อแยกตามคลัสเตอร์ตามอีเวนต์จะพบว่า คลัสเตอร์สมุทรสาคร 2,852 ราย คลัสเตอร์บางขุนเทียน/โรงงานรองเท้า และกลุ่มแรงงานต่างด้าว 1,394 ราย ส่วนคลัสเตอร์ตลาดบางแค 1,588 ราย เป็นต้น
“ส่วนสถานการณ์ตลาดบางแค ขณะนี้ได้ปิดตลาดทั้ง 6 ตลาด ได้แก่ ตลาดศูนย์การค้าบางแค ตลาดกิตติ ตลาดวันเดอร์ ตลาดสิริเศรษฐนนท์ ตลาดใหม่บางแค ตลาดภาสม โดยปิดเป็นเวลา 3 วันตั้งแต่วันที่ 16-18 มีนาคม 2564 เพื่อทำความสะอาด และปรับปรุงสุขาภิบาล และดำเนินการจัดระเบียบเข้าออก ซึ่งมีโมเดลจากพื้นที่ จ.ปทุมธานี ทั้งมีการตรวจคัดกรอง ฉีดวัคซีนแก่พ่อค้าแม่ค้าและแรงงาน และออกใบรับรองเข้าออกตลาด ลงนามโดยสำนักงานเขต ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้แยกกัก และมีการค้นหาเชิงรุกชุมชนหลังตลาดบางแคเป็นเวลา 1 สัปดาห์ มีรถตรวจหาเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน 2 คัน และชุมชนตรงข้ามตลาดบางแค ตรวจตัวอย่างด้วยการเก็บตัวอย่างน้ำลาย หลังจากนั้นมีการสุ่มตรวจเดือนละ 1 ครั้ง มีการเจาะเลือดผู้สัมผัสร่วมบ้านโดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) และจะมีการติดตามแรงงานต่างด้าวที่ทำงานพื้นที่ดังกล่าว เป็นต้น” นพ.เฉวตสรรกล่าว

