ศูนย์ปราบหนี้นอกระบบจับแก๊งปล่อยกู้ชาวจีน เช่าโรงแรมทำออฟฟิศยกชั้น พร้อมรวบพนง.ไทย ครึ่งร้อย ยึดคอมพิวเตอร์ 62 เครื่อง มือถือ 47 เครื่อง
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่โรงแรมนาซ่า การ์เดน ซอย 20 มิถุนา ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.พร้อม พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ.นำกำลังจับกุมแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ชื่อ ubath ได้แก่ นายจู เว่ย ฟง อายุ 39 ปี ผู้จัดการ และ นางจาง เฟ่ย หง อายุ 30 ปี ช่างเทคนิค ทั้ง 2 ผู้ต้องหาเป็นชาวจีน กับพวกชาวไทยรวม 9 คน และพนักงานทวงหนี้ชาวไทย 53 คน พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ 62 เครื่อง โทรศัพท์มือถือที่ใช้ทวงหนี้ 47 เครื่อง
พล.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า ศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบ ได้ติดตามการทำงานของกลุ่มคนร้ายรายนี้มานานพอสมควร หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการปล่อยกู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถทวงหนี้ได้ต่อคนต่อครั้งไม่น้อยกว่าหลักร้อยครั้งกว่าหลายสิบแอพ ซึ่งปล่อยกู้ยืมหลักพันถึงหลักหมื่นบาท และจะขอบัตรประชาชน บัญชีเงินฝาก และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ มีรูปแบบปล่อยกู้เงินเช่น กู้ 2,000 บาท จะได้เงินจริง 1,300 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 35 ต่อสัปดาห์ หากไม่คืนเงินจะโทรศัพท์ไปประจานให้เกิดความเสียหาย โดยพนักงาน 1 คน จะทวงหนี้ลูกหนี้ 140 คน หรือรวมเป็น 8,600 คนต่อวัน รวมยอดเงินวันละ 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องขยายผลจับกุมกลุ่มพนักงานทวงหนี้ที่เหลือ เพราะพบว่ามีการทำงานจากที่บ้านด้วย
ทั้งนี้จากการสืบสวนเชื่อว่ายังมีเครือข่ายลักษณะเดียวกันอีกหลายพื้นที่ เพราะมีหลายกลุ่ม ที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ยังมีในละแวกใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายชาวจีน ซึ่งการจับกุมวันนี้เชื่อว่าจะเป็นรายใหญ่ที่สุด พบความเคลื่อนไหวมาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาได้เช่าเหมาชั้นทำออฟฟิศไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้จะมีชาวจีนเข้ามาวางระบบก่อนและให้พรรคพวกบริหารจัดการต่อ บางส่วนเข้ามาบริหารจัดการเองแต่ติดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า เหตุที่เป็นชาวจีน เพราะเป็นโปรแกรมที่ใช้นั้นเป็นของชาวจีนคิดค้น ซึ่งคนที่จะใช้โปรแกรมทำแอพพวกนี้ จะอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างไทย ยังมีกลุ่มผู้ต้องหาในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาประกอบสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจทวงหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนขยายผลการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดรายอื่นๆ พร้อมอายัดบัญชีธนาคารของเครือข่ายทั้งหมด








