ตร.แถลงเสียใจ นักข่าวถูกลูกหลงกระสุนยาง ยันแจ้งเตือนแล้ว นักข่าวก้มต่ำเลยถูกหัว เล็งอบรมให้ความรู้

22.03.21 | 14:42 น.

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงสรุปภาพรวมเหตุชุมนุมเมื่อ 20 มีนาคม ที่ผ่านมาอีกครั้ง ว่า วันดังกล่าว ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันเคลื่อนขบวนไปยังท้องสนามหลวง ในขณะนั้น พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้ประกาศเตือนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ให้ยุติการชุมนุม แต่ทางผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟัง ได้ผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเคลื่อนเข้าไปยังท้องสนามหลวง จากนั้นผู้ชุมนุมได้รื้อถอนแนวรั้วลวดหนาม ที่จัดทำไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นบริเวณพื้นที่ต้องห้าม เมื่อรื้อถอนรั้วลวดหนาม ได้พยายามทำร้ายตำรวจที่รักษาการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว ทุบทำลายสิ่งของของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด ขว้างปาสิ่งของ ใช้ไม้และเหล็กทำร้ายตำรวจ


นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้รื้อถอนตู้คอนเทนเนอร์ออกจากแนวเขตหวงห้ามที่ตำรวจตั้งไว้ ตำรวจจึงได้ประกาศเตือนให้หยุดการกระทำเป็นระยะๆ แต่ผู้ชุมนุมไม่ได้สนใจ กลับขว้างก้อนหิน ขว้างระเบิดเพลิง โยนไปป์บอมบ์ใส่ตำรวจ ที่รักษาการอยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งเวลา 19.00 น. ผู้ชุมนุมได้รื้อตู้คอนเทนเนอร์อีก 1 ตู้ และระดมปาวัตถุระเบิดเพลิง ไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่สำคัญ และเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว กระทรวงกลาโหม และสถานที่อื่นๆ ในบริเวณดังกล่าว

ทำให้ตำรวจฉีดน้ำเตือน แต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุดการกระทำ กลับละเมิดกฎหมายหลายมาตรา ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ จากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 50 นาย ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ. 11 ราย มีรายที่เจ็บหนักสุด คือกะโหลกแตก

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ผลของการเข้าบังคับใช้กฎหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 20 ราย ล่าสุดเช้าวันนี้ ได้แยกผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ ส่งฝากขังศาลอาญา รัชดา ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน ได้ทำตามสนธิสัญญาเจนีวา ว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ได้ใช้สหวิชาชีพทำการสอบสวน ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือคนที่เด็กไว้วางใจ และนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และทางศาลได้ให้ประกันตัวเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

กรณีมีการบังคับใช้กฎหมายจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ บริเวณสะพานวันชาติ และแยกคอกวัว ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเข้าไปในซอยหนึ่ง ใกล้กับสะพานวันชาติ ทำให้ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ได้วิ่งเข้าไปทำข่าวในซอยดังกล่าว ขณะที่ตำรวจกำลังวิ่งติดตามไป ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้กระสุนยาง ผู้สื่อข่าวได้ก้มลงหลบกระสุนยาง เป็นเหตุให้กระสุนพลาดไปถูกบริเวณศีรษะ ขณะนี้ได้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจกับผู้สื่อข่าว ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ดูแลคนเจ็บทุกราย พร้อมกำชับการปฏิบัติของตำรวจให้เป็นไปตามยุทธวิธีสากล

พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับคนเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้สื่อข่าว และประชาชนที่โดนลูกหลง จากการเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวาย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจได้มีการแจ้งเตือนผู้สื่อข่าวที่ได้รับลูกหลงจากกระสุนยางหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ทางยุทธวิธีแจ้งให้เตรียม ผู้สื่อข่าวคงจะทราบและก้มลง ซึ่งตามหลักสากลกระสุนยางเราจะยิงในพื้นที่ส่วนหนาของร่างกาย ระดับอกลงมาถึงบริเวณส่วนล่างของร่างกาย ซึ่งกรณีนี้นักข่าวคงได้ยินคำว่าเตรียมเลยก้มลงหลบ เป็นเหตุให้ศีรษะต่ำลงมา กระสุนยางจึงพลาดไปโดนศีรษะ

ถามต่อว่า เวลานั้นเหตุใดตำรวจไม่สามารถแยะแยะได้ว่าใครเป็นสื่อข่าว รอง ผบช.น. กล่าวว่า เนื่องจากตั้งแต่แยกคอกวัว ถึงสะพานวันชาติชุลมุนมาก เพราะคนร้ายใช้รถ จยย. และเดินเท้าด้วย

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวเสริมประเด็นดังกล่าว ว่า นับตั้งแต่ ผกก.สน.ชนะสงคราม ประกาศแจ้งเตือนหลายครั้งให้ผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวออกจากพื้นที่ จากนั้นจึงได้เริ่มปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน เป็นมาตรฐานสากล เริ่มตั้งแต่ฉีดน้ำ เข้าจับกุมตามหลักยุทธวิธี ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวนั้น ได้มีการประกาศแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติการ ตนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งสื่อไทย สื่อต่างประเทศ ที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับทราบแนวปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยืนยันว่าทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย ตามกฎการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก เป็นมาตรการที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต จึงอยากฝากสื่อมวลชนที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ว่า ท่านต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือไว้ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่ตำรวจใช้กระสุนยางเกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความรุนแรงหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า บริเวณแยกคอกวัวมีการใช้จักรยานยนต์ พร้อมอาวุธต่างๆ จุดระเบิดเพลิง เผาทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งเป็นอันตราย หากตำรวจไม่ใช้การปฏิบัติแบบฉับพลันอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ กรณีที่ไปโดนนักข่าว โอกาสพลาดอาจจะเกิดขึ้นได้ พอเราสั่งเตรียมน้องคงก้มลง อย่างไรก็ตามในอนาคตทาง บช.น. อาจจะมีการพิจารณาจัดฝึกอบรมให้ความรู้กับผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์ของตำรวจ ระหว่างการปฎิบัติของเจ้าหน้าในการชุมนุมด้วย