กรมวิทยาศาสตร์ฯ จับมือ เครือข่าย ทดสอบความแรงวัคซีนไอกรนด้วยวิธีใหม่ ลดใช้สัตว์ทดลอง

22.03.21 | 14:50 น.
แฟ้มภาพ
กรมวิทยาศาสตร์ฯ จับมือ เครือข่าย ทดสอบความแรงวัคซีนไอกรนด้วยวิธีใหม่ ลดใช้สัตว์ทดลอง

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นอกจากทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ภาครัฐ แล้ว ยังเป็นห้องแล็บขององค์การอนามัยโลก ในการตรวจวิเคราะห์เพื่อควบคุมคุณภาพวัคซีนและยาชีววัตถุของประเทศ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ดังนั้น วิธีทดสอบที่ใช้สำหรับการตรวจทางห้องแล็บ ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ล่าสุด สถาบันชีววัตถุ และเครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนของประเทศกำลังพัฒนา (The Developing Countries Vaccine Manufactures Network, DCVMN) รวมทั้งหน่วยงานควบคุมกำกับภาครัฐ จำนวน 12 แห่ง จาก 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย บัลแกเรีย เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย ได้มีการศึกษาร่วมกัน ในโครงการ Pertussis Serological Potency Test หรือ PSPT เพื่อทดสอบความถูกต้องวิธีวิเคราะห์ความแรงวัคซีนไอกรน ด้วยวิธีตรวจระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอกรนจากซีรั่มของสัตว์ทดลองที่ได้รับการฉีดวัคซีนไอกรนทั้งตัว (whole cell pertussis vaccine) เพื่อนำวิธีใหม่นี้มาใช้ทดแทนวิธีเดิมที่ตรวจโดยการฉีดเชื้อไอกรน เข้าสู่สมองหนูถีบจักร ซึ่งโครงการนี้ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายผู้ผลิต และหน่วยงานห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐของแต่ละประเทศ ด้วยมีจุดประสงค์ที่จะลดการใช้สัตว์ทดลองและลดความเจ็บปวด ของสัตว์ทดลองที่ถูกนำมาใช้ ตามหลัก 3Rs (Reduction, Replacement, Refinement) ลด ละ เลิกการใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการตามหลักการนี้

“การทดสอบความแรงวัคซีนไอกรนด้วยวิธีใหม่สามารถช่วยลดการใช้สัตว์ทดลองลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับวิธีเดิมที่ใช้สัตว์ทดลอง จำนวน 210 ตัว ลดลงเหลือ 100 ตัว ต่อการทดสอบ 1 ครั้ง นอกจากนี้ การทดสอบด้วยวิธีใหม่ ยังลดการสัมผัสเชื้อไอกรนจากการเพาะเชื้อที่ต้องใช้ในการทดสอบแบบเดิม เนื่องจากวิธีใหม่นี้ เป็นการตรวจหาระดับแอนติบอดี ที่ไม่ต้องใช้เชื้อไอกรนที่ก่อโรคได้ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือกันระหว่างประเทศนี้ จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณกลางปี 2564 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีเดียวกัน” นพ.ศุภกิจ กล่าวและว่า หากผลการศึกษาระหว่างวิธีใหม่กับวิธีเดิมมีความสอดคล้องกัน จะทำให้เกิดการยอมรับจากห้องปฏิบัติการ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะนำวิธีใหม่มาใช้เป็นวิธีมาตรฐาน เพื่อทดสอบความแรงของวัคซีนไอกรนชนิดทั้งตัวต่อไป