“บิ๊กหิน”จัดสัมนานักสืบ รับมือภัยคุกคามอาชญากรรมระหว่างประเทศ

23.03.21 | 13:20 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองผิดกฏหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปชก.ตร ได้เป็นประธานเปิดโครงการสัมนาการบูรณาการด้านการข่าว ศปชก.ตร โดยมีทีมวิทยากรด้านงานสืบสวนมาร่วมให้ความรู้ อาทิ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตร.,พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร จตร., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผบก.ส.2 บช.ส.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7


พล.ต.อ.วิสนุ เปิดเผยว่า การจัดโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้มีคำสั่งตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ ตร. มอบหมายให้ตนเองเป็น ผอ.ศูนย์ ซึ่งได้มีการจัดตั้งทีมงานนักสืบและงานข่าวจากหน่วยงานต่างๆ จาก หน่วยงานหลัก ทั้ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 ตลอดจน กองบัญชาการสนับสนุนการสืบสวนปราบปราม เช่น กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และ กองการต่างประเทศ ตร.

ดังนั้น เพื่อให้การทำงานหลายหน่วยงานดังกล่าว สามารถทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ โดยเฉพาะด้านงานข่าวที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนระหว่างพื้นที่และหน่วยงาน ด้านการเชื่อมโยงการทำงานข้ามพื้นที่ ด้านสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ทาง ศปชก.ตร.จึงได้คัดเลือก เจ้าหน้าที่งานสืบสวนและการข่าว ที่เป็นผู้ชำนาญในแต่ละกองบัญชาการ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนต่างชาติ เช่น บช.น.,ภ.2,ภ.5,ภ.8,บช.ก.,บช.ส. และ สตม. ตั้งแต่ระดับนายพล จนถึง ผบ.หมู่ จำนวน 35 นาย มาจัดเวทีพบปะสัมมนา เพื่อสร้างความคุ้นเคย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับการฝึกพัฒนาทักษะด้านสถานการณ์ภัยคุกคามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ที่มีแนวโน้มใช้ไทยเป็นฐานการทำงาน หรือหลบหนี ทั้งที่ก่อเหตุในไทย และ ทั้งที่ใช้ไทยเป็นฐานเพื่อก่อเหตุในต่างประเทศ โดยชาวต่างชาติกลุ่มเฝ้าระวังต่างๆ รวมถึง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสืบสวน ทั้งการจัดเก็บข้อมูล และการจัดระบบความเชื่อมโยง เพื่อปฏิบัติการร่วมกัน

ทั้งนี้การสัมนาจัด 2 วัน โดยท้ายการสัมนา ทีมต่างๆ ได้นำเสนอแนวคิดการปฏิบัติ จากการระดมสมอง เป็นกลุ่ม โดยมี พล.ต.อ.วิสนุ และ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ร่วมเป็นผู้บรรยาย และมอบหมายภารกิจให้ ทีม ศปชก.ตร. ทุก บช. นำผลจากการสัมนา ไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ปิดประเทศในเหตุโควิด ซึ่งเป็นโอกาสในการสแกนชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยงที่อาจแฝงตัวในพื้นที่ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และปราบปรามจับกุมตามฐานความผิดต่อไป

Advertisement