เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) กล่าวว่า วันนี้ประชุมตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) บช.ภ.8 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่ธนาคาร และตำรวจสากล ที่เคยทำคดีลักษณะนี้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน หลังได้รับการประสานจากตำรวจในประเทศหนึ่งที่เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกัน ส่งรูปกลุ่มคนร้าย 30-40 คนมาให้ตำรวจไทยร่วมตรวจสอบแล้ว

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ เนื่องจากมีประชาชนแจ้งเบาะแสคนร้ายเข้ามาจำนวนมากและค่อนข้างเป็นประโยชน์ เชื่อว่าหากมีเบาะแสรถเช่า 3 คันที่คนร้ายใช้ช่วงระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคมถึงวันที่ 10 สิงหาคม ได้แก่ รถยนต์โตโยต้าวีออส, รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ และรถยนต์ฮอนด้าซีวิค จะสามารถนำไปสู่กลุ่มคนร้ายได้ เนื่องจากมีภาพวงจรปิดเห็นหน้าคนร้ายและผู้ที่มารับ ตลอดจนเส้นทางหลบหนีชัดเจน หากมีการใช้บัตรเครดิตใช้จ่าย เชื่อว่าจะสามารถตรวจสอบเส้นทางทางการเงินได้ แต่ยอมรับว่าเมื่อกลุ่มคนร้ายก่อเหตุแล้วจะใช้ชีวิตในรถแทนการเข้าพักตามห้องพัก อาจยากต่อการติดตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่มีหลักฐานว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ยืนยันว่ายังไม่มีการควบคุมตัวบุคคลใด

ที่ปรึกษา (สบ 10) กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ธนาคารที่เกิดเหตุยุติการใช้ตู้เอทีเอ็มที่มีปัญหา พร้อมกับปรับปรุงระบบป้องกันเช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆ แล้ว จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น พร้อมกับขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสหากพบชาวต่างชาติที่กดเงินจำนวนมากผิดปกติจากตู้เอทีเอ็ม เพราะอาจเป็นกลุ่มคนร้ายได้

