เหยี่ยวถลาลม : แค่ตัวประกอบ

25.03.21 | 12:02 น.

ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง ตำรวจจะต้อง “ตั้งสติ” ให้ดีๆ เพื่อที่จะนำพาองค์กรตำรวจให้รอดปลอดภัยจากการตกเป็น “จำเลย” ทางสังคม

ที่ “ตำรวจ” ควรธำรงไว้ไม่ใช่การปกป้องรัฐบาลหรือ “ฝ่ายบริหาร” ซึ่งเป็นคณะบุคคลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขของวาระ

ตำรวจเป็นใคร

เป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อันหมายถึง มีหน้าที่รักษากฎหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกสงบเรียบร้อยแก่สังคมโดยส่วนรวม

การบังคับใช้กฎหมายของตำรวจซึ่งเป็น “ต้นธาร” ของกระบวนการยุติธรรมต้องเหมาะควรแก่เหตุ ไม่ใช่ “เกินกว่าเหตุ” เพราะถ้าจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว “ตำรวจ” กับ “ผู้ชุมนุม” ต่างก็เป็นแค่ “ตัวประกอบ”

Advertisement

จากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในทุกประเทศทุกชาติพันธุ์ เมื่อประชาชนจำนวนหนึ่งลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจรัฐ ผู้มีอำนาจรัฐก็ต้องอาศัย “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็นเครื่องมือในการควบคุมสถานการณ์

ด้วยภาษาของฝ่ายที่มีอำนาจจะใช้คำว่า “จากเบาไปหาหนัก”

เช่น การประกาศเตือน การกำหนดขอบเขตพื้นที่ชุมนุม การตั้งเครื่องกีดขวางสกัดกั้น การฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุม การใช้โล่ผลักดัน การใช้กระบอง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง ฯลฯ

ไม่ว่าจะกล่าวในทางทฤษฎีหรือในทางปฏิบัติ “การควบคุมฝูงชน” หรือการปราบจลาจลจะต้องไม่มีการใช้ “กระสุนจริง” !

การยิงคนด้วยกระสุนจริง คือการก่ออาชญากรรม !!

ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายย่อมทะลุปรุโปร่งในตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับ “การฆ่า”

แม้แต่ “ป้องกันตัวเอง” ด้วยการใช้อาวุธปืนบรรจุกระสุนจริงยิงคนคนหนึ่ง ยังต้อง “แก้ข้อกล่าวหา” ว่า “กระทำเกินกว่าเหตุ” หรือไม่

กลยุทธ์ทุกม็อบที่ผ่านมามากไปด้วยวิธีกดดัน ยั่วยุ ขณะที่ตำรวจทั่วประเทศซึ่งถูกเกณฑ์มาให้รับมือผู้ชุมนุมนั้นก็ไม่ได้เรียนรู้ และไม่ได้ฝึกอบรมให้เข้าใจจิตวิทยามวลชนหรือจิตวิทยาที่พัฒนาไปถึงขั้น “ฝูงชนบ้าคลั่ง”

ท่ามกลางขัดแย้งทางการเมืองที่ปะทุขึ้นทุกครั้ง กลุ่มผู้มีอำนาจทุกคณะจะมากไปด้วยวาระซ่อนเร้น

“ผู้บังคับบัญชา” ของตำรวจที่ไม่โง่ต้องไม่ลุแก่อำนาจ ไม่สั่งให้เข้าทุบตีผู้ชุมนุมด้วยโทสะ

ความทะเยอทะยานจะทำให้เสียคน

ผู้บังคับบัญชาที่ดีต้องใช้ “ระเบียบวินัย” ร้อยรัดผู้ใต้บังคับบัญชาเอาไว้ ให้ใช้ความอดทนอดกลั้น ให้แยกตัวออกมาจาก “ข้อขัดแย้ง”

ตำรวจจะไม่เป็นอริกับผู้ชุมนุม

ตำรวจแค่ตัวประกอบบนกระดาน อย่าได้ปฏิบัติการ “เอาหน้า” เกินกว่าเหตุ !?!!