‘วิชา’ ชี้รธน.60 ใช้มา 4 ปี ปฏิรูปตำรวจยังเหลว แต่งตั้งไม่ยึดอาวุโส แก้ซื้อเก้าอี้ไม่ได้ ชง ‘บิ๊กตู่’ 8 ประเด็น

24.03.21 | 16:06 น.
เสวนาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ‘วิชา มหาคุณ’ ชี้รธน.ปี 60 ใช้ผ่านมา 4 ปี ปฏิรูปตำรวจไม่สำเร็จ แต่งตั้งไม่ได้ยึดอาวุโส ตาม ม.260 แก้ระบบวิ่งเต้น ซื้อเก้าอี้ไม่ได้ เหตุให้ ตร.รื้อร่างกม.ชุดมีชัย ถึง 8 ประเด็น ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ระบุปฏิรูปองค์กรไหนอย่าให้คนองค์กรนั้นเป็นกก.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่โรงแรมเดอะสุโกศล สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ได้จัดเสวนา ”พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ประชาชนได้อะไร” โดยนายวิชา มหาคุณ อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กล่าวว่า มองภาพร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เหมือนปฏิรูปการศึกษา จะเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการทำเป็นหลายแท่ง ในที่สุดประชาชนไม่ได้ประโยชน์ จึงต้องมองให้เชื่อมโยงกันทั้งการศึกษาและการรักษากระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้ปฏิรูปตำรวจล่วงเลยมา 4 ปีแล้ว ทั้งๆ ที่ต้องทำเสร็จหลังรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ 1 ปี

รัฐธรรมนูญ มาตรา 260 กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง ต้องไม่มีตำรวจเป็นประธาน ได้ตั้งคณะกรรมการชุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ศึกษา แต่ยังไม่เสร็จ ให้หลักการแต่งตั้งตำรวจเป็นไปตามอาวุโส ต่อมา ครม. ตั้งคณะกรรมการชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ทำให้การปฏิรูปไม่เสร็จภายใน 1 ปี ดังนั้นการแต่งตั้งตำรวจจึงต้องกำหนดตามหลักอาวุโสทั้งหมด แต่ไม่มีการปฏิบัติตามมาตรา 260 ยังคงแต่งตั้งในรูปแบบเดิม

“ทั้งๆ ที่มีหลักอาวุโสไว้ แต่พอจะแต่งตั้งก็ยกเว้นหลัก ใช้คำสั่ง คสช. มาเป็นข้อยกเว้น ข้ามหัวกันอุตลุด บอกอีกว่าคนที่ตั้งดีเหลือเกิน จะเห็นว่าร่างกฎหมายอาจารย์มีชัย เป็นร่างที่ดีที่สุดในบรรดาร่างที่แย่ที่สุด ได้ส่งให้นายกรัฐมนตรี และส่งไปให้ตำรวจแก้ไข นอกจากนี้ยังพบว่ามีประเด็นที่ตำรวจไปแก้ ในร่าง 2 ประเด็น ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ให้ตำรวจได้เยียวยาแก้ปัญหาของตัวเอง ไม่ต้องรอศาลปกครอง ซึ่งช้ามาก ไม่ทันการ และคณะกรรมการเรื่องราวร้องทุกข์ของตำรวจ ซึ่งไม่ต้องไปร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, ป.ป.ช.” นายวิชากล่าว

นายวิชากล่าวอีกว่า จะเห็นว่าการจะปฏิรูปอะไรก็ตาม อย่าให้คนในองค์กรนั้นเป็นกรรมการ เพราะว่าจะสกัดทุกวิถีทาง การส่งร่าง พ.ร.บ.ตำรวจไปให้ตำรวจดู มันไม่ใช่การปฏิรูปแล้ว เนื่องจากกรรมการนายมีชัยไม่มีตำรวจเลย เมื่อส่งให้แล้วตำรวจนำไปแก้ จึงไม่ถูกต้อง ไม่ได้แก้โดยคณะกรรมการปฏิรูป จึงถูกตั้งคำถามว่าเป็นการแปลงสารหรือไม่ ตำรวจเอาไปยำแบบแนบเนียนมาก

นายวิชายังกล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ มีประเด็นที่แตกต่างจากร่างของนายมีชัย ได้แก่ 1.การระบุเกณฑ์ตำรวจอารักขาบุคคลสำคัญ ที่มิใช่พระบรมวงศานุวงศ์ ในมาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาการสูญเสียกำลังพล ที่ติดตามบุคคลต่างๆ โดยไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน ได้ถูกตัดออกไป

Advertisement

2.องค์ประกอบของ ก.ตร. มีความเปลี่ยนแปลง โดยเพิ่มสัดส่วนของกรรมการจากตำรวจมากขึ้น จากเดิมให้มีเพียงฝ่ายปราบปราม สอบสวน และกิจการพิเศษ ตำรวจจึงมีเสียงข้างมากในที่ประชุม

3.วิธีการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ตร. ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจาก 6 คน ให้เหลือ 3 คน ซึ่งตรงนี้ถูดตัดออกไป ให้ ก.ตร. จัดเลือกกันเอง แทนที่จะให้ ก.ก.ต. จัดเลือกตั้งให้ และลดฐานของผู้มีสิทธิเลือกจากสัญญาบัตรทุกคน กลายเป็นตั้งแต่รอง ผกก. ขึ้นไป เหมือนการเลือกคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)

4.การแบ่งสถานีตำรวจเป็นระบบ เล็ก กลาง ใหญ่ และนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผกก., รอง ผกก. ครั้งแรก ต้องเริ่มจาก สน.เล็ก หรือกลางก่อน เมื่อครบ 2 ปี ถึงย้ายไป สน.ใหญ่ แต่ร่างที่แก้ไขกลับลดเหลือสองระดับ คือเล็กและใหญ่ ตัดเงื่อนเวลา 2 ปี ออกไป

5.การบริหารภายในสายงานสอบสวน จะให้มีผู้บังคับบัญชาของสายงานสอบสวนโดยเฉพาะ แก้ไขเป็นขึ้นกับผู้บังคับบัญชาทั่วไปเหมือนเดิม ทำให้ขาดความเป็นอิสระในสายงาน

6.ระบบคะแนนประจำตัว ยังคงใช้ระบบแบ่งกองเหมือนเดิมเป็นส่วนใหญ่

7.เกณฑ์การย้ายข้ามสายงาน หรือข้ามกองบัญชาการเข้มข้นน้อยลง เอาสิ่งที่สกัดไม่ให้ข้ามสายงานออกไป เช่น ระบบคะแนนประจำตัว

8.การตั้งหน่วยงานใหม่ในช่วง 10 ปี ถูกตัดออก การมีตำรวจบางประเภทไม่มียศและวินัยแบบทหาร เช่นแพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาตร์ ถูกตัดออก ซึ่งตรงนี้แทนที่ตำรวจจะใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในหน้าที่ แต่ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ต้องเชื่อฟังคนที่มียศสูงกว่า

“ตั้งแต่ข้อ 4-8 คือการปฏิรูปครั้งใหญ่ในการแต่งตั้งโยกย้าย ป้องกันวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง แต่กลับถูกตัดออก หรือปรับให้เข้มข้นน้อยลง ถ้าระบบได้คนเก่งแต่เป็นคนไม่ดี ไม่มีคุณธรรม ขาดจริยธรรม ถ้ามีปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้าย ระบบการจะตรวจสอบคนเก่งที่ไม่ดีได้ตั้งแต่ต้น” นายวิชากล่าว และว่า คณะกรรมการชุดของตน ได้เสนอต่อนายกฯให้ควรให้ปฏิรูปตำรวจให้สอดคล้องมาตรา 258 ง. ตามรัฐธรรมนูญ

นายวิชากล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวนควรจะอยู่กับใคร จะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือข้าราชการฝ่ายปกครอง ปัญหานี้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย เพราะไม่ว่าจะอยู่กับหน่วยงานใด องค์กรนั้นต้องเสียสละ และประชาชนได้รับความยุติธรรมจริง ซึ่งความจริงแล้วกระทรวงมหาดไทยที่เกาะติดพื้นที่ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่มหาดไทยไม่ยอมปล่อยมือ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 6 ต้องกำหนดอำนาจหน้าที่ของตำรวจให้ชัด เท่าที่ดูเหมือนจะแยกจากประชาชนเกินไป น่าจะเขียนว่าการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หลังจากนั้นต้องเดินไปสู่ป.วิอาญา มาตรา 16 ว่าเจ้าพนักงานตำรวจคืออะไร ต้องให้นิยามตรงนี้ ทั้งนี้ไม่สามารถเอางานบริการประชาชนออกจากงานตำรวจได้ เพราะตำรวจต้องเจอคนด้อยโอกาส ให้ไปดูภารกิจตำรวจในประเทศที่เป็นสากล ตำรวจต้องทำหน้าที่รักษาความสงบ ต้องดูแลสาธารณประโยชน์ บริการสังคม การบังคับใช้กฎหมาย

“ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ต้องวางมาตรา 6 ให้ชัด ไม่ให้ ก.ตร. เป็นแหล่งผลประโยชน์ ต้องให้ตำรวจเลือก ก.ตร. ขึ้นมาเอง และให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด มีความเป็นเจ้าของตำรวจ ส่วนที่มีการเสนอว่าแพทย์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องมียศ ต้องมีการดีเบตกัน อย่าเพิ่งไปสรุปว่าเป็นปัญหา เพราะบางหน่วยงานที่ไม่มียศ ยังมีการทุจริต เช่น กรมศุลกากร” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

นายธานี วรภัทร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ถ้าให้พนักงานสอบสวนทำงานเชื่อมโยงกับอัยการจะเกิดดุลยภาพ กระบวนการเริ่มต้นไปถึงขั้นฟ้อง ขั้นพิจารณาคดี ถ้าไม่มีการแก้ไข จะมีการขังฟรี กองทุนเยียวยาความเสียหายแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาต้องจ่ายเงินจำนวนมาก ถือเป็นภัยคุกคามประชาชนต่อไป